youtube Archive

YouTube เตรียมให้บริการทีวีออนไลน์

YouTube เตรียมให้บริการทีวีออนไลน์

รายงานข่าวล่าสุด กูเกิ้ล (Google) กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับยูทูบ (YouTube) เพื่อให้บริการสตรีมมิ่งรายการทีวีกับผู้ชม ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวจะทำให้ยูทูบกลายเป็นคู่แข่งของการให้บริการวิดีโอ ออนดีมานด์กับยักษ์ใหญ่อย่าง ไอจูนส์ (iTunes) ของแอปเปิ้ล (Apple) และแอมะซอน.คอม (Amazon.com)

ในส่วนของรายละเอียดการให้บริการดังกล่าว ยูทูบจะเก็บค่าบริการจากผู้ชม 1.99 เหรียญฯ (ประมาณ 70 บาท) ต่อตอน ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้จะสามารถชมบางรายการที่มาพร้อมกับโฆษณาได้ฟรี ในขณะที่ทางแอปเปิ้ล และคอมแคสต์ (comcast) ก็กำลังสำรวจความเป็นไปได้สำหรับการให้บริการรับชมรายการทีวีในรูปแบบสมาชิก รายเดือนในลักษณะของทีวีออนไลน์แทนการจ่ายเป็นตอนๆ แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับ รายการที่ทางยูทูบเปิดให้บริการนั้นจะไม่ได้เป็นรายการที่ฮอตฮิต และจะสามารถรับชมได้โดยไม่มีโฆษณา โดยจะเป็นตอน (episode) ที่ได้เผยแพร่ทางเคเบิ้ลไปแล้วหนึ่งวัน อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยูทูบสามารถให้บริการวิดีโอที่ระดับไฮเดฟฯได้แล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่า บริการทีวีออนไลน์ที่ยูทูบจะสตรีมให้กับผู้ชมก็จะได้คุณภาพเดียวกับการรับ ชมบนทีวีไฮเดฟฯนั่นเอง ประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจนี้ก็คือ ผู้ชมอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเนื่องจากแผนการใช้ข้อมูล (data plan) จากบริการอินเทอร์เน็ต

ขอบคุณข้อมูลจาก: ARIP , electronista

“ยูทูบ” อัพเกรดวิดีโอไฮเดฟฯ 1080p

“ยูทูบ” อัพเกรดวิดีโอไฮเดฟฯ 1080p

ประสบการณ์ไฮเดฟินิชั่นทำให้ผู้บริโภคต้องการรับชมวิดีโอที่มีความคมชัดสูง ขึ้น ไม่เว้นแม้ต่คลิปวิดีโอที่ให้บริการในยูทูบ (YouTube) ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเว็บไซต์ได้ยกระดับวิดีโอที่เล่นให้สามารถมีความละเอียด ที่ 720p กันไปแล้ว ล่าสุดทางยูทูบประกาศอัพเกรดอีกครั้งด้วยการเพิ่มความละเอียของวิดีโอไฮเด ฟที่เล่นเป็น 1080p (1920 x 1080) โดยจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป

youtube-hidefinition-1080-2

สำหรับประเด็นดังกล่าวได้รับการยืนยันโดย Hunter Walk ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของยูทูบ โด็ยเขาได้กล่าวอีกด้วยว่า คลิปวิดีโอมากกว่าครึ่งหนึ่งได้ถูกเข้ารหัสอีกครั้งด้วยฟอร์แมตวิดีโอไฮเดฟฯ ใหม่แล้วด้วย แม้ว่าจะยังยังคงจำกัดความยาวของคลิปวิดีโอไว้ที่อัพโหลดได้สูงสุดไม่เกิน 10 นาที แต่ขนาดไฟล์ที่อัพโหลดขึ้นไปจะสามารถใหญ่กว่าเดิมที่จำกัดไว้ที่ 2GB ได้

Walk ยังกล่าวอีกด้วยว่า ฟอร์แมตสำหรับการเล่นวิดีโอไฮเดฟฯบนยูทูบได้ผ่านการทดสอบแล้ว และถึงแม้จะต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล เพื่อรองรับไฟล์ขนาดใหญ่ขึ้นไปอีก ทางบริษัทก็ไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า การที่ยูทูบอัพเกรดวิดีโอที่เล่นขึ้นไปไฮเดฟฯจะทำให้ทำให้มันสามารถร่วมมือ กับเจ้าของคอนเทนต์ในตลาด แถมยังสามารถให้บริการคอนเท็นต์พรีเมี่ยม (เก็บค่าบริการรับชม) ได้ในอนาคตอีกด้วย

ปัจจุบัน คลิปที่เป็นไฮเดฟฯในเว็บไซต์ที่มีอยู่ทั้งหมดมีการโหลดไปชมประมาณ 10% เท่านั้น ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากข้อจำกัดของแบนด์วิดธ์ รวมถึงคอนเท็นต์พวกนี้ส่วนใหญ่มากจากสมาร์ทโฟน โดยในปีนี้ยอดการอัพโหลดคลิปวิดีโอจากมือถือเติบโตถึง 2,000% เลยทีเดียว คลิกชมตัวอย่างคลิป YouTube 1080p

ขอบคุณข้อมูลจาก: ARIP และ TGDaily

YouTube สิงหาคมยอดชมทะลุหมื่นล้าน

รายงานจากคอมสกอร์ (ComScore Inc) ระบุว่า ยูทูบ (YouTube) ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดวิดีโออนไลน์อันดับหนึ่ง โดยภายในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สถิติยอดการรับชมวิดีโอออนไลน์จากทางเว็บไซต์ทะลุหนึ่งหมื่นล้านครั้งไปแล้ว หรือคิดเป็น 40% ของการรับชมวิดีโอออนไลน์จากทั่วโลก

แม้ยูทูบจะประสบความสำเร็จในยอดการชมวิดีโอออนไลน์ จากทางเว็บไซต์ แต่กูเกิ้ล (Google) เจ้าของยูทูบกลับได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากผู้ลงทุน โดยเฉพาะรายได้ที่จะมาจากเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์แห่งนี้ ซึ่งกูเกิ้ลได้ทุ่มเม็ดเงินซื้อมาด้วยมูลค่าสูงถึง 1.65 พันล้านเหรียญฯ อย่างไรก็ตาม ตลาดโฆษณาบนวิดีโอออนไลน์คือเป้าหมายของการสร้างรายได้ที่สำคัญของกูเกิ้ล

ส่วน ทางด้านคู่แข่งที่ตามมาเป็นอันดับสองก็คือ ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ซึ่งมียอดการรับชมวิดีโอออนไลน์บนเว็บไซต์ห่างกันลิบลิ่ว โดยมียอดอยู่ที่ 547 ล้านครั้ง หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 2.2% อันดับสามเป็น Viacom Inc. มียอดการชมวิดีโออยู่ที่ 539 ล้านครั้ง หรือ 2.1% ส่วนอันดับสี่ที่สามารถทำรายได้จากบริการได้อย่างค่อนข้างชัดเจนก็คือ Hulu 488 ล้านวิว หรือ 1.9% สำหรับ Hulu เป็นการร่วมลงทุนกับ NBC Universal ของ GE และ News Corp

สำหรับยอดการรับชมวิดีโอออนไลน์ในช่วงเดือน สิงหาคมที่ผ่านมาจะค่อนข้างสูงเป็นพิเศษ โดยมียอดการรับชมมากกว่า สองหมื่นห้าพันล้านครั้ง (25 พันล้าน) ซึ่งสถิติที่กูเกิ้ลจับได้ยอดผู้ชมวิดีโอของ YouTube ในเดือนดังกล่าวสูงถึง 121.4 ล้านคน เฉลี่ยดูคนละประมาณ 82.8 คลิป ตามด้วยเว็บไซต์ Microsoft 54.9 ล้านคน เฉลี่ย 10 คลิปต่อคน และยาฮูอยู่ที่ 51.6 ล้านคน หรือเข้าชม 6.9 คลิปต่อคน หากคิดค่าเฉลี่ยของเวลาที่ผู้คนบนเน็ตใช้ในการชมวิดีโอออนไลน์จะอยู่ที่ 9.7 ชม.ต่อเดือน ในขณะทีค่าเฉลี่ยของวิดีโอออนไลน์จะอยู่ที่ 3.7 นาทีต่อคลิป

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=410046 และ HomeMedia

“ยูทูบ”แบ่งค่าโฆษณาให้เจ้าของคลิป

รายงานข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ยูทูบ (YouTube) บริการแชร์วิดีโอที่ดังที่สุดในโลกจะเริ่มแบ่งค่าโฆษณาให้กับผู้ใช้บริการ ที่อัพโหลดคลิปที่ได้รับความสนใจเข้าชมมากที่สุด โดยไม่กำหนดว่าจะต้องเป็นเรื่องราวประเภทใดโดยเฉพาะ

“ยูทูบ”กล่าวว่า จะยืดเวลาสำหรับโปรแกรมความร่วมมือที่ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการสามารถหาเงินจากการทำวิดีโอ โดยเม็ดเงินที่จะแบ่งให้นั้นขึ้นอยู่กับจำนวนของการเข้าชม และการถูกนำไปแพร่กระจายบนเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อให้คนอื่นได้ดูด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ ยูทูบถูกบ่นจากผู้ลงทุนว่า มันไม่ได้ทำเงินได้มากเท่ากับความโด่งดังเลยแม้แต่นิดเดียว

และจนถึง ขณะนี้ ผู้ใช้บริการทั่วไปที่ผลิตคลิปวิดีโอ เพื่ออัพโหลดขึ้นไปบนยูทูบจะสามารถหาเงินจากเว็บไซต์ได้ เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิกของโปรแกรมความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งยูทูบกล่าวว่า มันได้ทำเงินให้กับผู้ผลิตคลิปบางรายไปแล้วหลายพันเหรียญฯ โดยภายใต้ระบบการให้บริการใหม่ หากวิดีโอใดๆ บนยูทูบได้รับความนิยมสูง ยูทูบจะอีเมล์ไปหาผู้ผลิตด้วยข้อความว่าด้วยเรื่องของการแชร์รายได้ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยูทูบปฎิเสธที่จะให้ข้อมูลตัวเลขว่า ต้องมีจำนวนผู้ชมมากเท่าไร? เจ้าของคลิปถึงจะได้รับอีเมล์ เพียงแต่บอกว่า ยูทูบจะขายโฆษณาที่ติดไปกับคลิปเหล่านั้น และตกลงแบ่งรายได้กับผู้ใช้

ตัวอย่าง เมื่อเร็วๆ นี้มีคลิปที่ดังไปทั่วโลกนั่นก็คือ JK wedding dance ซึ่งเป็นคลิปแสดงการเต้นรำที่สวยงามในงานแต่งงานของคู่สมรสใน Minnesota ทีมีผู้เข้าชมสูงถึง 10 ล้านครั้งภายในไม่ถึงสัปดาห์ และถูกนำไปเป็นข่าวทางทีวีอีกมากมาย ซึ่งผู้บริหารยูทูบบอกว่า เจ้าของคลิปไม่ได้เงินเลยแม้แต่เหรียญฯเดียวจากคลิปนี้

สำหรับการ ยืดโปรแกรมส่งคลิปแบ่งรายได้นี้จะเริ่มเปิดให้เฉพาะในสหรัฐฯ ก่อน ซึ่งกลยุทธ์นี้จะให้ยูทูบสามารหารายได้จากวิดีโอคลิปที่อัพโหลดเข้ามาในทุกๆ วันได้หรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป จากปัจจุบันรายได้มาจากโฆษณา และการร่วมมือกับสถานี