Google เตรียมเปิดตัวเวบบราวน์เซอร์ Chrome เวอร์ชั่นล่าสุดที่จะมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยจาก Avast ซึ่งถือได้ว่าเป็นฟรีซอฟท์แวร์แอนตี้ไวรัสที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน … Google ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในเวบบราวน์เซอร์ Chrome เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ จะมีการพ่วงเอาซอฟท์แวร์ป้องกันไวรัสที่รู้จักกันดีอย่าง Avast เข้ามาติดตั้งรวมอยู่ด้วย โดยจะมีอายุการใช้งานอัพเดตได้นานถึง 21 ปี ซึ่ง Chrome เวอร์ชั่นที่มีตัวติดตั้ง Avast นี้ จะมี 2 สิ่งที่แตกต่างไปจากการติดตั้งสปอนเซอร์อย่างโปรแกรมอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ในหน้าต่างของ Chrome จะไม่สามารถไปยังขั้นตอนถัดไปได้ หากผู้ใช้ยังไม่ได้ทำการติดตั้งอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเปรียบเสมือนบังคับให้ผู้ใช้ทำการเลือกเฉพาะตัวเลือกติดตั้งเท่านั้น โดยหากตอบตกลงในการติดตั้ง Avast ด้วย จะดำเนินการติดตั้งขั้นตอนต่อไป แต่ถ้าหากปฏิเสธจะยกเลิกการติดตั้งนั้น ซึ่งถึงแม้ว่า Avast เดิมทีจะมีผู้ใช้อยู่เป็นจำนวนมากแล้วก็ตาม แต่การเข้ามาร่วมกับ Google ในครั้งนี้ ยิ่งจะทำให้มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ โดยทางด้านฝั่ง Google เอง การรวมเอาซอฟท์แวร์แอนตี้ไวรัสอย่าง Avast เข้ามาติดตั้งรวมอยู่ด้วยนั้น ก็เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ว่าระบบมีการรักษาปลอดภัยสูง ซึ่งถือว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
google Archive
Google Goggles บนบราวเซอร์ Chrome?
ดูเหมือนว่า กูเกิ้ล (Google) จะไม่ได้จำกัดให้ความสามารถของบริการค้นด้วยภาพ หรือ Google Goggles ใช้ได้บนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ (android) เท่านั้น แต่มันจะสามารถใช้งานในบราวเซอร์ Chrome ของกูเกิ้ลได้อีกด้วย
“ผมกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาโครงการทีทำให้ผู้ ใช้สามารถอินพุทภาพในการค้นหาบนเว็บ “ Xiuduan Fang โปรแกรมเมอร์ของกูเกิ้ลกล่าวในเมลลิ่งลิสต์หัวข้อ ”Chrome extension for Web Goggles” โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของกูเกิ้ลทีเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถ ใช้เวลาทำงาน 20% เลือกที่จะสร้างสรรค์โปรเจ็กต์ต่างๆ ที่น่าสนใจด้วยตนเอง

” เราอยากจะมีส่วนเสริมการทำงาน (extension) ของบราวเซอร์ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถลาก (drag) ภาพที่พบบนหน้าเว็บ แล้วไปวางลง (drop) ในกล่องรับอินพุทบนทูลบาร์ จากนั้นบราวเซอร์ก็จะแสดงผลลัพธ์การค้นหาที่ได้จากภาพนั้นขึ้นมา” Fang กล่าว
ปัจจุบัน Google Goggles เป็นแอพพลิเคชันทีมีให้ใช้เฉพาะบนสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ของกูเกิ้ลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กูเกิ้ลกำลังพัฒนาเวอร์ชันที่สามารถทำงานบนสมาร์ทโฟนเวอร์ชันอื่นๆ ตามมาด้วย หลักการทำงานของ Goggles จะเป็นการเปรียบเทียบภาพที่อัพโหลดเข้าไปกับฐานข้อมูลที่กูเกิ้ลสะสมไว้ เพื่อทำการวิเคราะห์ โดยมันสามารถรู้สถานที่ต่างๆ ที่ปรากฎในภาพ หรือแม้แต่อ่านข้อความที่อยู่บนฉลากขวดไวน์ได้ แต่ภายใต้กรอบนโยบายความเป็นส่วนตัว Google Goggles จะไม่สามารถรู้จำภาพถ่ายใบหน้าคน เพื่อระบุว่าเป็นใครให้ได้
YouTube เตรียมให้บริการทีวีออนไลน์
รายงานข่าวล่าสุด กูเกิ้ล (Google) กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับยูทูบ (YouTube) เพื่อให้บริการสตรีมมิ่งรายการทีวีกับผู้ชม ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวจะทำให้ยูทูบกลายเป็นคู่แข่งของการให้บริการวิดีโอ ออนดีมานด์กับยักษ์ใหญ่อย่าง ไอจูนส์ (iTunes) ของแอปเปิ้ล (Apple) และแอมะซอน.คอม (Amazon.com)
ในส่วนของรายละเอียดการให้บริการดังกล่าว ยูทูบจะเก็บค่าบริการจากผู้ชม 1.99 เหรียญฯ (ประมาณ 70 บาท) ต่อตอน ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้จะสามารถชมบางรายการที่มาพร้อมกับโฆษณาได้ฟรี ในขณะที่ทางแอปเปิ้ล และคอมแคสต์ (comcast) ก็กำลังสำรวจความเป็นไปได้สำหรับการให้บริการรับชมรายการทีวีในรูปแบบสมาชิก รายเดือนในลักษณะของทีวีออนไลน์แทนการจ่ายเป็นตอนๆ แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
สำหรับ รายการที่ทางยูทูบเปิดให้บริการนั้นจะไม่ได้เป็นรายการที่ฮอตฮิต และจะสามารถรับชมได้โดยไม่มีโฆษณา โดยจะเป็นตอน (episode) ที่ได้เผยแพร่ทางเคเบิ้ลไปแล้วหนึ่งวัน อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยูทูบสามารถให้บริการวิดีโอที่ระดับไฮเดฟฯได้แล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่า บริการทีวีออนไลน์ที่ยูทูบจะสตรีมให้กับผู้ชมก็จะได้คุณภาพเดียวกับการรับ ชมบนทีวีไฮเดฟฯนั่นเอง ประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจนี้ก็คือ ผู้ชมอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเนื่องจากแผนการใช้ข้อมูล (data plan) จากบริการอินเทอร์เน็ต
ขอบคุณข้อมูลจาก: ARIP , electronista
YouTube สิงหาคมยอดชมทะลุหมื่นล้าน
รายงานจากคอมสกอร์ (ComScore Inc) ระบุว่า ยูทูบ (YouTube) ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดวิดีโออนไลน์อันดับหนึ่ง โดยภายในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สถิติยอดการรับชมวิดีโอออนไลน์จากทางเว็บไซต์ทะลุหนึ่งหมื่นล้านครั้งไปแล้ว หรือคิดเป็น 40% ของการรับชมวิดีโอออนไลน์จากทั่วโลก
แม้ยูทูบจะประสบความสำเร็จในยอดการชมวิดีโอออนไลน์ จากทางเว็บไซต์ แต่กูเกิ้ล (Google) เจ้าของยูทูบกลับได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากผู้ลงทุน โดยเฉพาะรายได้ที่จะมาจากเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์แห่งนี้ ซึ่งกูเกิ้ลได้ทุ่มเม็ดเงินซื้อมาด้วยมูลค่าสูงถึง 1.65 พันล้านเหรียญฯ อย่างไรก็ตาม ตลาดโฆษณาบนวิดีโอออนไลน์คือเป้าหมายของการสร้างรายได้ที่สำคัญของกูเกิ้ล

ส่วน ทางด้านคู่แข่งที่ตามมาเป็นอันดับสองก็คือ ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ซึ่งมียอดการรับชมวิดีโอออนไลน์บนเว็บไซต์ห่างกันลิบลิ่ว โดยมียอดอยู่ที่ 547 ล้านครั้ง หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 2.2% อันดับสามเป็น Viacom Inc. มียอดการชมวิดีโออยู่ที่ 539 ล้านครั้ง หรือ 2.1% ส่วนอันดับสี่ที่สามารถทำรายได้จากบริการได้อย่างค่อนข้างชัดเจนก็คือ Hulu 488 ล้านวิว หรือ 1.9% สำหรับ Hulu เป็นการร่วมลงทุนกับ NBC Universal ของ GE และ News Corp
สำหรับยอดการรับชมวิดีโอออนไลน์ในช่วงเดือน สิงหาคมที่ผ่านมาจะค่อนข้างสูงเป็นพิเศษ โดยมียอดการรับชมมากกว่า สองหมื่นห้าพันล้านครั้ง (25 พันล้าน) ซึ่งสถิติที่กูเกิ้ลจับได้ยอดผู้ชมวิดีโอของ YouTube ในเดือนดังกล่าวสูงถึง 121.4 ล้านคน เฉลี่ยดูคนละประมาณ 82.8 คลิป ตามด้วยเว็บไซต์ Microsoft 54.9 ล้านคน เฉลี่ย 10 คลิปต่อคน และยาฮูอยู่ที่ 51.6 ล้านคน หรือเข้าชม 6.9 คลิปต่อคน หากคิดค่าเฉลี่ยของเวลาที่ผู้คนบนเน็ตใช้ในการชมวิดีโอออนไลน์จะอยู่ที่ 9.7 ชม.ต่อเดือน ในขณะทีค่าเฉลี่ยของวิดีโอออนไลน์จะอยู่ที่ 3.7 นาทีต่อคลิป
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=410046 และ HomeMedia
Google “ค้นหา” ข้อมูลเก่งขึ้น!!!
รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันศุกร์ทีผ่านมา กูเกิ้ล (Google) ประกาศว่า ทางบริษัทได้พัฒนากลไกการค้นหา (Serch Engine) ให้มีความสามารถมากขึ้น โดยเฉพาะการเจาะลึก”เว็บเพจ”ว่า เซคชั่น (section) ต่างๆ ในหน้าเว็บมันพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้ต้องผิดหวัง หรือเสียเวลากับบริการ เนื่องจากคลิ้กลิงค์ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับหน้าเว็บที่ต้องการ
ปกติกูเกิ้ลจะแสดงหน้าผลลัพธ์ด้วยการจัดหาลิงค์ (links) ของเว็บไซต์ที่ตรงกับคำค้น (keyword) แต่ล่าสุดกูเกิ้ลได้พัฒนาขีดความสามารถให้ลงลึกไปยัง”คำค้น” และลิงค์ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นที่ปรากฎในเซ็คชั่นต่างๆ บนหน้าเว็บ แทนที่เป็นแค่ตรงกับคำค้น ซึ่งในเนื้อหาในหน้าเว็บนั้นอาจจะเป็นแค่อ้างอิงคำค้นดังกล่าวเท่านั้น แต่โดยรวมของหน้าเว็บเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการอย่างแท้จริง

” เราได้พัฒนาการค้นข้อมูลด้วยสองคุณสมบัติใหม่ที่ทำให้สามารถพบข้อมูลเพิ่ม เติม (ลิงค์ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นในหน้าเว็บ) ที่ซ่อนอยู่ในเว็บเพจ” Chris Kern ทีมข้อมูลของกูเกิ้ล โพสต์ไว้ในบล็อก ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวจะแสดงลิงค์ต่างๆ ในเซคชั่นของหน้าเว็บที่เกี่ยวกับคำค้นโดยตรง เพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่ามันไม่ใช่เป็นแค่หน้าเว็บที่อ้างอิงคีย์เวิร์ด “(คุณสมบัติใหม่)ทำให้การค้นของกูเกิ้ลเร็วขึ้น และง่ายขึ้นต่อการที่จะตัดสินใจได้ว่า รายการผลลัพธ์ใดที่มีข้อมูลที่ต้องการ” Kern กล่าว

การ ปรับรูปแบบการค้นข้อมูลครั้งนี้ ทำให้ผลลัพธ์ของกูเกิ้ลสามารถกระโดด (Jump to) เข้าไปยัง”ข้อมูล”ที่ผู้ใช้บริการต้องการคำตอบอย่างแท้จริง (หากพบ) เรียกได้ว่า กูเกิ้ลได้รับการพัฒนาให้ฉลาดขึ้นด้วยการตัดสินใจเลือกในสิ่งทีใช่ให้กับผู้ ใช้ทันที หรือกูเกิ้ลกำลังจะขยับไปสู่การเป็น “decision engine” ที่เหนือกว่า…ใคร?
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=410032 และ cnetnews
Fast Flip พลิก”หน้าเว็บ”แบบ”นิตยสาร”
ข้อได้เปรียบของสิ่งพิมพ์ที่เหนือกว่าสื่ออื่นๆ นอกจากความสะดวกสบายในการพกพาแล้ว นิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ยังง่ายต่อการพลิกค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย หรือพลิกข้ามหน้าที่คุณทราบดีว่าไม่ต้องการอ่านให้ผ่านไปได้อย่างรวดเร็วอีก ด้วย
อย่างไรก็ตาม เว็บ (Web) ก็มีข้อได้เปรียบกว่าสิ่งพิมพ์อยู่ไม่น้อยเช่นกัน และยิ่งเมื่อผสานเข้ากับคอนเซปต์ในการอ่านข่าวบนเว็บที่เรียกว่า “river of news” ของ Dave Winer คุณจะสามาถพลิกเว็บ เพื่อกวาดสายตาหาสิ่งที่ต้องการอ่านบนหน้าจอได้เร็ว (และได้อารมณ์) ไม่แพ้การพลิกอ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์ ไมว่าอินเทอร์เน็ตที่คุณใช้จะมีความเร็วแค่ไหนก็ตาม

กู เกิ้ล (Google) กำลังจะแก้ปัญหาความแตกต่างจากจุดอ่อนของเว็บที่ไม่อาจสร้างความคุ้นเคยให้ กับผู้บริโภคที่มีต่อสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะกลไกการพลิกหน้านิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ เพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการอ่าน ล่าสุดทาง Google Labs ได้ทดลองบริการ “อ่านข่าว” แบบใหม่ที่เรียกว่า Fast Flip
Krishna Bharat นักวิจัยบริการ Google News กล่าวว่า Fast Flip เป็นบริการที่จะให้ประสบการณ์ในการอ่านแบบใหม่ ที่เป็นการผสมผสานคุณสมบัติที่ดีที่สุดของสิ่งพิมพ์ และบทความออนไลน์เข้าด้วยกัน โดยสิ่งที่เหมือนสิ่งพิมพ์นิตยสารก็คือ Fast Flip ช่วยให้คุณสืบค้นข่าวล่าสุด พาดหัวข่าว และประเด็นยอดนิยมได้ตามลำดับ (เหมือนกับการพลิกไปทีละหน้าของสิ่งพิมพ์) ซึ่งดึง (feed) ข้อมูลมาจากสำนักพิมพ์ชั้นนำ ทั้งนี้ ชื่อของบริการก็ยังบอกอีกด้วยว่า เป็นบริการพลิก(flip)หน้าคอนเท็นต์ได้อย่างรวดเร็ว(fast) ดังนั้น ผู้ใช้จะสามารถกวาดสายตาผ่านหน้าเว็บต่างๆ ได้เร็วมากจนกว่าจะพบสิ่งที่สนใจ (อารมณ์จะเหมือนกับการพลิกหน้าสิ่งพิมพ์เร็วๆ แล้วกวาดสายตาหาพาดหัวข่าว หรือประเด็นร้อนที่สนใจ) ขณะเดียวกัน Fast Flip ก็ผสานข้อได้เปรียบของเว็บเข้ามาไว้ด้วยกัน โดยจะให้บริการรวบรวม (aggregate) และค้นหา (search) ข้อมูลข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ และนิตยสารชั้นนำมากมาย อีกทั้งยังสามารถแชร์คอนเท็นต์ที่คุณสนใจให้กับเพื่อนฝูง หรือในสังคมออนไลน์ได้อีกด้วย Fast Flip ยังเปิดโอกาสให้คุณสามารถปรับแต่งประสบการณ์ในการใช้งานอีกด้วย โดยสามารถเลือกหน้าสิ่งพิมพ์ออนไลน์เฉพาะที่ต้องการจากคิวที่อยู่ด้านข้าง เพือแสดงคอนเท็นต์ที่มาจากแหล่งต่างๆ หัวข้อข่าว ตลอดจนจากนักข่าวที่ชื่นชอบได้อีกด้วย กล่าวโดยสรุป Fast Flip จะทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ในการสืบค้นทีรวดเร็วด้วยรูปแบบเดียวกันกับ การเปิดหน้านิตยสารในโลกออฟไลน์ สามารถรับสื่อที่เพื่อนแนะนำ ตลอดจนจากสมาชิกในสังคมออนไลน์ต่างๆ รวมถึงเลือกคอนเท็นต์ที่ต้องการอ่านได้ตามอำเภอใจ
กู เกิ้ลได้ร่วมมือกับสำนักพิมพ์ร่วม 40 ราย อย่างเช่น BusinessWeek, The New York Times, Newsweek, the Atlantic และ ProPublica โดยจะมีการแบ่งรายได้ตามจำนวนการมองเห็นโฆษณา นอกจากมีเวอร์ชันบนเดสก์ทอปแล้ว ยังมีเวอร์ชันบนมือถือที่สามารถใช้การสัมผัส เพื่อพลิกหน้าเว็บสำหรับไอโฟน และแอนดรอยด์โฟนอีกด้วย นักวิจัยของกูเกิ้ลเชื่อว่า อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ที่กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายมากมายในวันนี้ Fast Flip อาจจะเป็นทางออกให้กับอุตสาหกรรมก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม เวลาเท่านั้นที่จะเป็นข้อพิสูจน์…
ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.arip.co.th/news.php?id=409962 และ Cnet News
Google ใหญ่ขึ้น!!! คุณไม่ได้ตาฝาด…
เชื่อว่า ผู้ใช้กูเกิ้ล (Google) เมื่อวานนี้ อาจจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับหน้าโฮมเพจจนต้องอาจ ขยี้ตาตัวเองเป็นหนที่สองด้วยความไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น? ทำไมช่องค้นหา (Search) และปุ่มถึงใหญ่ขึ้น ฟอนต์ที่พิมพ์ในช่องค้นหาก็ใหญ่ขึ้นด้วย คุณไม่ได้ตาฝาด หรือพลาดไปขยายฟอนต์ตอนไหนแต่อย่างใด แต่”กูเกิ้ล”ใหญ่ขึ้นจริงๆ
กูเกิ้ลได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นผ่านบล็อกของ ทางบริษัทว่า ได้เพิ่มขนาดของช่องค้นหา (Search box) เพื่อให้บริการใช้งานง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยข้อความในบล็อกโพสต์โดย Marissa Mayer รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์เสิร์ช และประสบการ์ณของผู้ใช้ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ที่เกิดขึ้นกับโฮมเพจของบริษัท เป็นเครื่องแสดงถึงโฟกัสของบริษัททีมุ่งเน้นเรื่องของการค้นหา เธอยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า การปรับแต่งให้ขนาดความสูง และความกว้างของช่องค้นหาทำให้โฮมเพจของบริษัทใช้งานง่ายขึ้น และใช้สนุกขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย แล้วคุณผู้อ่านรู้สึกอย่างนั้นบ้าง หรือเปล่าครับ?

กู เกิ้ลยังกล่าวในอีเมล์อีกด้วยว่า ช่องค้นหาใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 2 เท่าของเดิม นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้ทำให้ปุ่มค้นดูเหมือนกันมากยิ่งขึ้น เมื่อเปิดเว็บกูเกิ้ลบนระบบปฏิบัติการ หรือบราวเซอร์ที่แตกต่างกัน (multi-platform single experience) แต่ถึงแม้จะมีการปรับขนาดของช่องค้นใหญ่ขึ้น แต่จำนวนตัวอักษรที่อนุญาตให้พิมพ์เข้าไป เพื่อใช้ในการค้นแต่ละครั้งยังคงให้เป็น 2,048 ตัวอักษรเท่าเดิม

* Marissa Mayer วิศวกรหญิงคนแรกของกูเกิ้ล เธอเป็นเจ้าของไอเดียในการใส่ข้อความแสดงลิขสิทธิ์ (Copyright) ใต้ช่องค้นหา เพื่อทำให้ผู้ใช้ทราบได้ทันทีว่า หน้าเว็บของกูเกิ้ลจบแล้ว ไม้ต้องรอโหลด หรือกด Page Down เก้อแต่อย่างใด การเปลียนแปลงหน้าเว็บครังนี้ จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เธอยังยืนยันในไอเดียที่เรียบง่าย โฟกัสชัดเจน ตรงเป้า เข้าประเด็นแบบ Simply the best (กองบรรณาธิการ www.arip.co.th)
ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.arip.co.th/news.php?id=409940 และ ChannelWeb
internet: รวมฮิต”แผ่นโกง”วิธีใช้กูเกิ้ล
เวลาว่างนายเกาเหลาชอบหาของฟรี(ที่มีประโยชน์)จากบนเน็ตอยู่เสมอ พอดีว่าไปเจอทิปเจ๋งๆ ที่แจกฟรีสำหรับผู้ใช้กูเกิ้ล(Google)บนบล็อกแห่ง หนึ่ง โดยบางไซต์ที่แนะนำมาจะสามารถดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF เพื่อนำมาพิมพ์เก็บไว้อ้างอิงเวลาใช้งานได้เลย จะเรียกว่าเป็น “Cheat Sheet” ก็ได้ เพราะมันรวบรวมคำสั่งต่างๆ แบบย่อสำหรับดูเพื่อใช้งานกูเกิ้ลได้ทันที สะดวก ง่ายดาย โดนใจวัยโจ๋จริงๆ
นอกจากชุดคำสั่ง และวิธีเข้าถึงฟังก์ชันของบริการ ตลอดจนเครื่องมือออนไลน์ต่างๆ ของกูเกิ้ลแล้ว บางเว็บไซต์ยังมีการเผยทิปเด็ดๆ ที่ซุกซ่อนไว้อีกด้วย ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถดาวน์โหลด หรือพิมพ์เก็บไว้อ้างอิง เพื่อใช้เป็นเหมือนคู่มืออย่างย่อๆ ในการใช้บริการของกูเกิ้ลให้คุ้มค่า ส่วนจะมีอะไรบ้างนัันตามไปดูกันเลย
1. Google Help: Cheat Sheet สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดใช้กูเกิ้ล แล้วอยากจะทราบเทคนิคการค้นหาให้ได้สิ่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ผมว่า เข้าไปที่นี่เหมาะสุด เพราะเป็นที่รวบรวมเทคนิคพื้นฐานที่มือใหม่น่าจะลองหัดใช้ รับรองไม่ผิดหวังครับ

2. Google Docs & Spreadsheets Keyboard Shortcuts ส่วนที่นี้เหมาะสำหรับใครที่ใช้บริการแอพฯออนไลน์ เพราะเป็นที่รวบรวมคีย์ลัดของบริการทั้งสองไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งประหยัดเวลา และเวิร์กสุดๆ

3. Google Cheat Sheet (v.1.6) ส่วนตัวนายเกาเหลาชอบ”แผ่นโกง(การใช้งาน)”ของที่นี่มาก เพราะนอกจากจะรวบรวมชุดคำสั่ง และฟังก์ชันที่น่าสนใจได้อย่างครบถ้วนแล้ว ยังมีการจัดวางรูปแบบสวยงามน่าใช้อีกด้วย สามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF มาพิมพ์ได้เลย (เทคนิค ค้นหนัง ค้นเพลง อยู่ที่นี่ด้วยล่ะ)

4. Google Calculator Sheet Cheat สำหรับใครที่ชอบใช้กูเกิ้ลแทนเครื่องคิดเลข ต้องมาที่เลย เพราะมันจะรวมทุกฟังก์ชันของการคำนวณที่กูเกิ้ลทำได้ เรียกได้ว่า คุณสามารถใช้มันเป็นเครื่องมือช่วยทำการบ้านคณิตศาสตร์ได้เป็นอย่างดี

5. Google Advanced Operators Cheat Sheet อันสุดท้ายนี้เป็นแผ่นโกงสำหรับการใช้ตัวกระทำ (Operator) ขั้นสูง เพื่อการค้นหาที่ยิบย่อยเจาะจงลงไปมากขึ้น รับรองว่า หลายๆ คำสั่ง คุณผู้อ่านจะไม่เคยใช้มาก่อนอย่างแน่นอน

หวังว่า แหล่งของฟรีสำหรับการใช้บริการกูเกิ้ลให้คุ้มค่า คงจะเป็นที่ถูกใจของคุณผู้อ่านนะครับ แล้วว่างๆ จะหาทิปมาฝากกันอีกนะครับ
ขอบคุณที่มาจาก : http://www.arip.co.th/tips.php?id=409917
“กูเกิ้ล”แฮปปี้เบิร์ธเดย์”โดราเอม่อน”
หากไม่บอกก็คงไม่มีใครจำได้หรอกว่า วันที่ 3 กันยายน 2112 เป็นวันเกิดของหุ่นยนต์แมวจากโลกอนาคตที่ทั่วโลกรู้จักกันดี นั่นก็คือ โดราเอม่อน (Doraemon) ซึ่งงานนี้ Google ในญี่ปุ่นก็ไม่พลาดที่จะนำภาพของเจ้าแมวหุ่นยนต์มาทำเป็น Google Doodle (แทนโลโกคลาสสิก) บนโฮมเพจ
สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของโดราเอมอนที่เห็น Google Doodle ก็คงจะเดาได้ไม่ยากว่า มันมีของวิเศษอะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ ซึ่งในที่นี้ก็จะมี ประตูสารพัดสถานที่,คอปเตอร์ไม้ไผ่ และก็ไฟฉายย่อส่วน แต่ของวิเศษทุกอย่างมาจากกระเป๋ามิติที่สี่ที่อยู่บนหน้าท้องของมัน เชื่อว่า หลายคนที่ได้เห็นโดราเอมอนปรากฎตัวบนหน้าเว็บของ Google ก็จะต้องคิดถึงเจ้าแมวจากโลกอนาคตตัวนี้อย่างแน่นอน

เอา ล่ะ เพื่อให้หายคิดถึงกันเล็กน้อย ก็เลยขอแนะนำแก็ดเจ็ตใหม่ล่าสุดของโดราเอม่อน (doraemon) นั่นก็คือ My Doraemon ซึ่งเป็นหุ่นยนต์เพื่อนเล่นขนาดกะทัดรัด (ตั้งบนโต๊ะทำงาน) ที่สามารถโต้ตอบกับผู้เล่นได้ด้วยเสียงพูดของมัน โดยผู้เล่นสามารถจับมือ(แทนสวิทช์) บีบหาง เพื่อให้มันพยักหน้า (หรือส่ายหน้า) พูดจาโต้ตอบ ตลอดจนแสดงอารมรณ์ผ่านลูกตาทั้งสองที่ใช้เทคโนโลยี e-Paper ไฮเทคฯไม่เใช่เล่นเลย นอกจากนี้ มันยังมาพร้อมกับอินฟราเรดที่สามารถตรวจจับสิ่งที่เคลื่อนไหว และหันหน้ามองตามได้อีกด้วย นอกจากฟังก์ชันเหล่านี้แล้ว My Doraemon ยังเทำหน้าที่ป็นนาฬิกาบอกเวลา และเทอร์โมมิเตอร์บอกอุณหภูมิให้เราทราบได้อีกต่างหาก ช่างสมกับเป็นหุ่่นยนต์แมวแห่งอนาคตจริงๆ เลยนะครับ

คุณผู้อ่านทีสนใจอยากได้ My Doraemon ที่จัดทำขึ้นในวาระครบรอบ 35 ปีของโดราเอมอน คงต้องทุบกระปุกกันเลยทีเดียว เพราะราคาของมันคือ 31,500 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 12,500 บาทครับ