facebook Archive

แคนนอนเปิดเฟซบุ๊คสร้างแบรนด์ เลอเกรีย เป็นขวัญใจกล้องวิดีโอของชาวอินเตอร์เน็ต

2988_640

แคนนอนผู้นำด้านเทคโนโลยีภาพนิ่ง ประกาศเปิดหน้าเฟซบุ๊คสำหรับผู้ใช้และผู้สนใจในผลิตภัณฑ์กล้องวิดีโอ เลอเกรีย ตอบสนองความแรงของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ให้สมาชิกออนไลน์ได้แบ่งปันวิดีโอ รูปภาพ ประสบการณ์และปัญหาการใช้งาน ระหว่างกัน โดยหวังสร้างแบรนด์ เลอเกรีย ให้เป็นเบอร์หนึ่งในใจของชาวอินเตอร์เน็ต

นายวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนคอนซูมเมอร์อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “แคนนอนมีความตั้งใจที่จะนำเสนอความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพนิ่ง และผลักดันให้แบรนด์ เลอเกรีย เป็นแบรนด์ชั้นนำสำหรับกล้องวิดีโอ โดยการแนะนำผลิตภัณฑ์ผ่านสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ค และส่งเสริมให้ผู้ใช้งานได้มีโอกาสในการแบ่งปันความประทับใจและประสบการณ์ ต่างๆ ผ่านช่องทางนี้”

ด้วยจำนวนผู้ใช้กว่า 300 ล้านคนทำให้เฟซบุ๊คได้กลายเป็นสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อินเตอร์เน็ต แคนนอนประเทศไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มนี้ และหวังให้เฟซบุ๊คเป็นอีกช่องทางนึงในการสื่อสารกับลูกค้าไม่ว่าจะเป็น การแนะนำโปรโมชั่นใหม่ การรับฟังประสบการณ์และปัญหาการใช้งาน จนไปถึงการจัดกิจกรรมระหว่างผู้ใช้

สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าไปร่วม พูดคุย และแบ่งปันกันได้ทางหน้าเฟซบุ๊คของแคนนอน เลอเกรีย ที่ http://www.facebook.com/CanonLegria หรือเข้าชมรายละเอียดผลิตภัณฑ์กล้องวิดีโอแคนนอน เลอเกรียได้ที่ http://www.canon.co.th/legria

ขอบคุณข้อมูลจาก : buycoms และ cannon

ส่งข้อความ Twitter ด้วยรีโมททีวี

คุณเคยนึกอยากส่งข้อความในทวิตเตอร์ (Twitter) ขณะรับชมรายการทีวีบ้าง ไหมครับ? หรือนึกอยากจะโพสต์บล็อก (Blog) สั้นๆ เกียวกับรายการที่ชม โดยไม่อยากลุกไปที่คอมพิวเตอร์ หรือบางทีคุณอาจนึกอยากจะแชร์ภาพรายการทีวีในเฟซบุ๊กของคุณก็ได้ ไม่ว่าเหตุการณ์ หรือความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นกับคุณผู้อ่าน หรือไม่ก็ตาม แต่ไอบีเอ็ม (IBM) เชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับผู้ชมทีวีในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน

ไอบีเอ็มได้ดำเนินการจดสิทธิบัตรสำหรับรีโมทอัจฉริยะที่ สามารถควบคุมทีวี และส่งข้อความเข้าไปในบริการโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก หรือบล็อก โดยผู้ใช้สามารถจัดการเรื่องดังกล่าวด้วยรีโมทขณะนั่งรับชมรายการทีวีได้ ทันที

ราย ละเอียดของสิทธิบัตรดังกล่าวระบุว่า รีโมทอัจฉริยะสามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อส่งข้อความที่ต้องการเข้าไปยังบริการทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก หรือบล็อกขณะที่ผู้ใช้กำลังรับชมทีวีได้ ซึ่งนั่นหมายความว่า หากผู้ใช้ต้องการส่งข้อความแสดงความรู้สึกที่มีต่อรายการทีวีทีชมขณะนั้นไป ยังเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ก หรือผู้ติดตามในทวิตเตอร์ ก็สามารถใช้รีโมทเลือกข้อความที่ได้ติดตั้งไว้แล้ว หรือพิมพ์เข้าไป เพื่อส่งขึ้นไปได้ทันที นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บภาพ (snapshot) ของรายการทีวี เพื่อส่งเข้าไปในเฟซบุ๊ก หรือบล็อกได้อีกด้วย และไม่เพียงแต่จะสามารถส่งข้อความได้เท่านั้น บนตัวรีโมทอัจฉริยะยังสามารถแสดงข้อความจากเฟซบุ๊ก บล้อก และทวิตเตอร์ให้คุณได้ในทางกลับกันอีกด้วย…

ข้อมูลจาก: http://www.arip.co.th/news.php?id=409847 และ  SFGate

ระวัง!!! “ทวิตเตอร์” เรียกขโมยเข้าบ้าน

รายงานข่าวแจ้งเตือนชิ้นนี้ได้มีการเปิดเผยขึ้นในประเทศอังกฤษ โดยตามรายงานอ้างว่า ทวิตเตอร์ (twitter) กำลังกลายเป็นแหล่ง “ชอปปิ้งออนไลน์สำหรับเหล่าบรรดาหัวขโมย” ซึ่งเป็นคำกล่าวของตีนแมวกลับใจที่ใช้วิธีนี้หาเหยื่อ

รายงานดังกล่าวจัดทำโดยบริษัท Legal & General ร่วมกับ Michael Fraser ตีนแมวกลับใจ ซึ่งพบว่า 38% ของผู้ใช้เว็บไซต์อย่าง Facebook และ Twitter จะโพสต์ข้อความแจ้งสถานะอัพเดตของตนเองเกี่ยวกับรายละเอียดแผนการใน วันหยุด และหนึ่งในสามกำลังโพสต์ข้อความอัพเดตว่า พวกเขาจะไม่อยู่บ้านในช่วงหยุดสุดสัปดาห์ และเมื่อเจาะรายละเอียดให้ลึกลงไป กลุ่มเด็กวัยรุ่นมักจะชอบให้ข้อมูลว่าตนเองกำลังอยู่ที่ไหน ในขณะที่ 64% ของกลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 16 – 24 ปี จะแชร์แผนการในวันหยุดของพวกเขา ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลในลักษณะนี้กำลังกลายเป็นประเด็นที่น่าห่วงใยของผู้ ปกครอง เพราะเด็กๆ อาจถูกล่อลวงจากผู้ไม่หวังดีได้อีกด้วย

ในรายงาน ยังระบุอีกว่า ผลจากการที่ผู้ใช้บริการมักสนใจที่จะเป็น”เพื่อน”กับทุกๆ คนในชุมชนออนไลน์ ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักคนกับเหล่านั้นมาก่อนจริงๆ ว่าเขาเป็นคนอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากๆ จากผลสำรวจยับพบด้วยว่า 25% ของผู้ใช้โซเชียลมีเดียจะพูดคุยกันในประเด็นแผนการวันหยุดค่อนข้างละเอียด และ 17% มีการเปิดเผยที่อยู่ของที่พักอาศัยที่ผู้ไม่หวังดีสามารถวางแผน เพื่อเข้าขโมยของในช่วงวัน และเวลาดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้มีการทดลอง เพื่อหาคำตอบว่า จะมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียใน UK กี่รายที่ยอมรับ “เพื่อน” ที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเลย ซึ่งจากการสุ่มขอเป็นเพื่อนใน Facebook ปรากฎว่าได้รับการยอมรับถึง 13% ในขณะที่ถ้าเป็น Twitter จะสูงถึง 92% โดยไม่มีการตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น Michael Fraser ตีนแมวกลับใจกล่าวว่า “ผมเรียกมันว่า แหล่งช้อปปิ้งบนอินเทอร์เน็ตสำหรับหัวขโมย มันง่ายเหลือเกินที่จะใช้เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ก เพื่อหาเหยื่อ จากนั้นเข้าไปค้นต่อว่า บ้านของเหยื่ออยู่ที่ใดจากเว็บไซต์ตัวช่วยอื่นๆ อย่างเช่น Google Street View ซึ่งทั้งหมดสามารถทำได้ขณะที่นั่งบนโซฟา มันน่ากลัวที่พบว่า มีผู้คนมากมายพร้อมที่จะให้ข้อมูลสำคัญๆ เกี่ยวกับพวกเขากับคนอื่นทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันดีพอ”

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=409834

แฮคเกอร์ถล่ม”ทวิตเตอร์”เดี้ยงกว่า 3 ชม.

รายงานข่าวล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสตามเวลาในสหรัฐฯ ผูัใช้ทวิตเตอร์ (Twitter) ทั่วโลกประมาณ 35 ล้านคน ต้องประหลาดใจที่อยู่ดีๆ บริการยอดฮิตไม่สามารถใช้งานได้เป็นเวลานานกว่าสามชั่วโมง รวมถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) และไลฟ์เจอนัล (LiveJournal) ที่เชื่องช้าจนกระทั่งแน่นิ่งไปเหมือนกัน

ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และไลฟ์เจอนัล เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กยอดฮิตถูกโจมตีด้วยเทคนิคที่เรียกว่า DoS (Denial-of-Service) ทำให้ผู้ใช้บริการที่รวมกันทังสามไซต์กว่า 300 ล้านรายไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ โดยกลไกในการโจมตี แฮคเกอร์จะใช้คอมพิวเตอร์ที่อยู่ตามบ้าน และที่ทำงานที่ติดบอตเน็ต (Botnets) หรือโปรแกรมของแฮคเกอร์กว่าหลายพันเครื่องเข้าไป (โดยไม่รู้ตัว) ให้ลุกขึ้นมาทำงานพร้อมกัน โดยร้องขอใช้บริการจากเว็บไซต์เหล่านี้อย่างหนักจนกระทั่งระบบไม่สามารถให้ บริการได้ ซึ่งผู้ใช้รายหนึ่งกล่าวว่า เขารู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากเพื่อนๆ นับร้อยบนทวิตเตอร์ เลยหันไปใช้เฟซบุ๊ก และอีเมล์แทนในช่วงเวลาดังกล่าว

ผู้ เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยไม่สามารถอธิบายความสัมพันธ์ของการโจมตีที่ เกิดขึ้นได้ ผู้ใช้ทวิตเตอร์ทั่วโลกจะไม่สามารถใช้บริการได้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง หลังจากใช้งานได้แล้ว บริการดังกล่าวกลับไม่สามารถเข้าถึงจากทางไอโฟน หรือผู้ใช้ที่อยู่ในกลุ่มประเทศทางฝั่งยุโรปตะวันออก Stephan Tanase นักวิเคราะห์อาวุโสจา Kasperksy Lab “มันเป็นการโจมตีที่รุนแรงมาก” เขากล่าว

ทางด้านเฟซบุ๊กทีมีผู้ใช้บริการมากกว่า 250 ล้านรายจะมีผู้ใช้บางส่วนที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับประสิทธิภาพการให้บริการ ที่ลดลง ส่วนไลฟ์เจอนัลทีมีผู้ใช้ 21 ล้านรายถูกตัดขาดการให้บริการเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง สำหรับการโจมตีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ต้องถือว่า ร้ายแรงที่สุดตั้งแต่พบในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2000 เมื่อแฮคเกอร์วัย 15 ปีที่รู้จักกันในนาม Mafiaboy ได้สั่งให้เครือข่ายบอต (โปรแกรมเล็กๆ ที่สั่งการได้ของแฮคเกอร์ ซึ่งกระจายติดอยู่ตามคอมพิวเตอร์เครื่องต่างๆ ที่เชื่อมต่อกันบนเน็ต) ถล่มแทรฟฟิกจนทำให้เว็บไซต์ดังๆ ในสมัยนั้นหลายแห่งอย่าง Yahoo, eBay, Amazon.com, Etrade, ZDNET และ CNN ไม่สามารถให้บริการได้

เมื่อเดือนก่อน มีการโจมตีด้วยเทคนิค DoS เช่นกัน จนทำให้เว็บไซต์ต่างๆ ของรัฐบาล รวมถึงเว็บไซต์ธุรกิจในสหรัฐ และเกาหลีใต้ต้องชะงักไป ซึ่งประเทศที่ถูกต้องสงสัยว่าน่าจะเป็นต้นเหตุของการก่อการครั้งนี้ก็คือ เกาหลีเหนือ (สงครามรูปแบบใหม่) ในการโจมตีครั้งนี้ยังได้มีการสั่งให้บ็อตกว่า 40,000 ตัวทำการลบข้อมูลในฮาร์ดดิสก์จนทำให้คอมพิวเตอร์ใช้งานไม่ได้อีกด้วย Roger Thompson นักวิจัยจาก AVG บริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบรักษาความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์กล่าวว่า การกระทำที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ เหมือนจะเป็นความพยายามสร้างความสนใจให้ทั่วโลกหันมามองปัญหาที่เกิดจาก บ็อตเน็ต ซึ่งหากคาดการณ์โดยประมาณ 40% ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเน็ต อาจตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอาชญากรคอมพิวเตอร์ ผู้สามารถเรียกใช้พวกมันให้กระทำการใดๆ ตามที่ต้องการได้

ขอบคุณที่มา : http://www.arip.co.th/news.php?id=409664

กล้องวิดีโอไฮเดฟฯ”ถ่ายง่าย-สะดวกพก”

ก่อนพักเที่ยงเรามาอัพเดตแก็ดเจ็ต (Gadget) ใหม่ๆ กันดีกว่า เนื่องจากการแชร์วิดีโอในโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังได้รับความนิยม นอกจากมือถือแล้ว กล้องถ่ายวิดีโอสะดวกพก (pocket cam) เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ และด้วยความที่มันออกแบบมา เพื่อใช้กับงานนี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่ฟังก์ชันแถมไปกับแก็ดเจ็ตอื่นๆ ดังนั้นสิ่งที่คุณจะได้รับจากล้องพวกนี้ก็คือ คุณภาพของวิดีโอและความง่ายในการใช้งาน

kodak-z18-pocket-video-1

Kodak Zi8 กล้องวิดีโอสะดวกพกรุ่นใหม่ล่าสุดจากโกดัก ซึ่งหากเทียบกับ Flip Ultra HD แล้ว กล้องวิดีโอพกพา Zi8 จะมีคุณสมบัติการทำงานที่เหนือกว่าหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การบันทึกวิดีโอไฮเดฟฯ 1080p ระบบลดการสั่นไหวขณะถ่าย (electronic image stabilizer) และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ SDHC

ตัว เครื่องดีไซน์สวยงามจับถนัดมือ มีสองสีให้เลือกคือ แดง และน้ำเงิน ด้านข้างมีช่องต่อไมค์ภายนอก สามารถถ่ายภาพนิ่งที่ความละเอียดสูงสุดถึง 5 ล้านพิกเซล มีระบบติดตามใบหน้า (face tracking) และจุดแข็งที่น่าสนใจสำหรับมือใหม่ก็คือ Kodak Zi8 จะสามารถให้รายละเอียดของสีที่ถูกต้องแม้จะถ่ายในที่แสงน้อยก็ตาม ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่พบในกล้องวิดีโอพกพา (โดยเฉพาะ Flip UltraHD ที่ถ่ายได้เพียง 720p แถมไม่มีสล็อต SD อีกต่างหาก) สนนราคาของ Kodak Zi8 อยู่ที่ 180 เหรียญฯ (ประมาณ 6,500 บาท)

กล้องวิดีโอไฮเดฟฯ\”ถ่ายง่าย-สะดวกพก\”

ที่มา : http://www.arip.co.th/news.php?id=409603

คู่มืออัปเดตเทคนิคเซียน hi5,myspace&facebook

ปกคู่มืออัปเดตเทคนิคเซียน-h

รหัสสินค้า : 9786115311118
ชื่อสินค้า : คู่มืออัปเดตเทคนิคเซียน hi5,myspace&facebook
ราคา : 99 บาท
รายละเอียด : ฝ่ากำแพงบล็อกเว็บไซต์ ที่ใครก็ไม่สามารถขวางได้
เครื่องมือใหม่! เพลิดเพลินกับการเล่น Hi5 ที่ไม่ต้องผ่านเว็บกับ mazz@hi5
เปิดมุมมองมิติใหม่บนโลกออนไลน์กับ MySpace และ Facebook
เทคนิคเด็ดๆ บนเว็บไซต์ดีๆ

สุดคุ้ม!
กับซีดีรอมที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ
รวมภาพตกแต่งน่ารักๆ สำหรับ Hi5 MySpace และ Facebook
รวมสกิน ใส่ปีกคอมเมนต์ และโค้ดคอมเมนต์หลากหลายรูปแบบ
ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการตกแต่ง ทั้ง Hi5 และ MySpace
แถมฟรี! โปรแกรมสำหรับเซียนตัวจริง อาทิเช่น
โปรแกรมตกแต่งภาพ PhotoScape
โปรแกรม Autocomment-hi5-v4 คอมเมนต์อัตโนมัติ รวดเร็ว ทันใจ
โปรแกรม AutoAccept Friend ตอบรับเพื่อนได้อย่างฉับไว
โปรแกรม Rapid CSS 9 ทดสอบโค้ดก่อนขึ้นเว็บจริง
โปรแกรม mazz@hi5 ใช้ Hi5 แบบไม่ต้องเปิดเว็บ