ไมโครซอฟท์ Archive

เตือน!!! แอนตี้ไวรัสของ MS ไม่ปลอดภัย

รายงานข่าวล่าสุด ไซแมนเทค (Symantec) บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ระบบรักษาความปลอดภัยชั้นนำออกมาเตือนผู้ใช้ว่า Microsoft Security Essentials (MSE) แอนตี้ไวรัสที่ไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลดไปติดตั้งใช้งานได้ฟรีตั้งแต่ เมื่อวานที่ผ่านมา อาจทำให้พีซีของผู้ใช้ตกอยู่ในความเสี่ยง แถมยังระบุอีกว่า แอนตี้ไวรัสแจกฟรีอย่าง AVG และ Avast ยังดีกว่าอีกด้วย

รายงานข่าวที่ออกมาดูเหมือนไซแมนเทคจะรู้สึกร้อนรนกับผลกระทบอันเกิดจากการเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีสำหรับ Microsoft Security Essentials ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสของไมโครซอฟท์ เนื่องจากทางบริษัทเกรงว่าโปรแกรม MSE จะทำให้ผู้ใช้ตกอยู่ในความเสี่ยงต่อภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยอ้างว่า ซอฟต์แวร์ดังกล่าวไม่ได้มีระบบป้องกันที่เพียงพอ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดคิดว่า เพียงแค่นี้เครื่องของพวกเขาก็มีความปลอดภัยแล้ว

Mike Plante ผู้อำนวยการอาวุโสจากไซแมนเทค กล่าวโจมตีว่า “ไมโครซอฟท์กำลังทำให้ผู้บริโภคตกอยู่ในความเสี่ยง(มากขึ้น) เนื่องจาก MSE ไม่สามารถป้องกันการบุกรุกของมัลแวร์ได้มากมาย ซึ่งนั่นเท่ากับไมโครซอฟท์กำลังเปิดทางให้อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ในรูปแบบ ต่างๆ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น” ทั้งนี้ผู้บริหารไซแมนเทคแสดงความกังวลว่า ผู้บริโภคจะไม่ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยทีมากพอ เพื่อไม่ให้ต้องเผชิญหน้ากับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามมา เขายังเชื่ออีกว่า ผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์มีประสิทธิภาพในการป้องกันภัยคุกคามบนเน็ตได้น้อย กว่าแอนตี้ไวรัสแจกฟรีอย่างเช่น AVG และ Avast เสีย ด้วยซ้ำ “หากเปรียบเทียบการทดสอบประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสของไมโครซอฟท์ เมื่อครั้งยังเรียกผลิตภัณฑ์ตัวนี้ว่า OneCare ผลลัพธ์ที่ได้ยังสู้ฟรีแวร์อื่นๆ ไม่ได้เลย” อย่างไรก็ตาม ทางด้านไมโครซอฟท์ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า MSE ที่เปิดให้ดาวน์โหลดตั้งแต่เมื่อวานนี้ไม่มีความปลอดภัยที่เพียงพอ

ผู้ เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า ไมโครซอฟท์พยายามเติมเต็มผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุด โดยสามทหารเสือของผลิตภัณฑ์ก็จะประกอบด้วย Windows 7, IE8 และ Microsoft Seurity Essentials ความจริงโอเอสรุ่นใหม่ๆ ของไมโครซอฟท์จะมาพร้อมกับ Windows Defender ในตัวอยู่แล้ว เมื่อรวมกับคุณสมบัติของระบบรักษาความปลอดภัยใน IE8 และเพิ่มปราการเข้าไปอีกชั้นด้วย MSE ซึ่งก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดซอฟต์แวร์ระบบรักษาความ ปลอดภัยนั่นเอง ข้อมูลวิจัยจากการ์ทเนอร์เมื่อเดือนมิถุนายนเปิดเผยว่า ไมโครซอฟท์มีโอกาสที่จะเปลี่ยนใจผู้บริโภคให้หันกลับมาใช้ซอฟต์แวร์ระบบ รักษาความปลอดภัยของทางบริษัทได้ แต่ทั้งนี้ก็อาจล้มเหลวได้เหมือนกัน หากไม่สามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้มาเป็นของตนให้ได้อย่างน้อย 20% ภายในสองปี

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=410055 และ securecomputing

คลิปหลุด!!!ไมโครซอฟท์”แท็บเล็ต”ชุด 2

หลังจากที่ทางเว็บไซต์ gizmodo ได้เผยแพร่คลิปหลุด Courier booklet ของไมโครซอฟท์ (Microsoft) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฎว่า มันทำให้หลายคนตื่นตะลึงกับความสามารถของมันที่มหัศจรรย์เกินแท็บเล็ตวันนี้ จะทำได้ ล่าสุดคลิปหลุดชุดที่ 2 ได้ถูกนำออกมาเผยแพร่อีกแล้ว ครั้งนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นการทำงานของอินเตอร์เฟซที่รับรองว่า คุณจะต้องชอบอย่างแน่นอน!!!

สำหรับคลิปวิดีโอที่หลุดออกมาเป็นชุดที่สองนี้ยังคง มาจากบริษัทผู้ผลิตรายเดิมที่จัดทำคลิปก่อนหน้านี้นั่นคือ Pioneer Studios ของไมโครซอฟท์ แต่จะเป็นมุมมองของการนำเสนอที่แตกต่างออกไปจากเดิมเล็กน้อย โดยเฉพาะการทำงานของอินเตอร์เฟซที่ดูสมจริง(และมีความเป็นไปได้)มากยิ่งขึ้น ในขณะที่คลิปชุดแรกจะแสดงให้เห็นการใช้ประโยชน์จากการใช้งานในกรณีต่างๆ คลิปชุดที่สองจะนำเสนอรายละเอียดของอินเตอร์เฟซ และคุณสมบัติการทำงานของ Courier และวิธีใช้งานในกรณีที่คุณไม่ใช่นักออกแบบ

แนว คิดของ Courier จะคล้ายกับสมุดบันทึกอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถจดข้อมูล และเก็บรูปภาพ(จาก เว็บไซต์)ต่างๆ เข้าไปได้ ผู้ใช้สามารถเผยแพร่ หรือแชร์ข้อมูลเข้าสู่อินเทอร์เน็ต ตลอดจนดาวน์โหลดไฟล์ในฟอร์แมตต่างๆ เพื่อนำมาแสดงใน Courier ได้ 3 ฟอร์แมตด้วยกันคือ Courier file, Powerpoint หรือ PDF ส่วนสันของ Courier ที่อยู่ตรงกลางยังสามารถใช้เหน็บภาพ(ค้างไว้) เพื่อพลิกไปยังอีกหน้าหนึ่งของจอที่ต้องการวางภาพดังกล่าวได้อีกด้วย อินเตอร์เฟซของคลิปชุดนี้จะใช้องค์ประกอบที่คุ้นตามากกว่าคลิปชุดแรก ไม่ว่าจะเป็นฟอนต์ และไตเติ้ลบาร์ อินเตอร์เฟซอย่าง ตารางกำหนดการอัจฉริยะ ระบบแฟ้มที่สามารถให้รายละเอียดได้มากขึ้น การค้นหาครอบจักรวาล และการท่องเว็บแบบหลายหน้า (ที่ใช้นิ้วดัน เพื่อเลือกดูได้เหมือนเวลาค้นหาแฟ้มในตู้เอกสาร)

อย่าง ไรก็ตาม คอนเซปต์ของ Courier ดูจะมุ่งเน้นงานการมากกว่าความบันเทิง ซึ่งจากคลิปที่ออกมาส่วนใหญ่จะพูดถึงการเป็นไลบรารี่ และการจัดเก็บเอกสารข้อมูลต่างๆ แบบสมุดบันทึกกับท่องเว็บได้ แต่ไม่ยักมีการพูดถึงความสามารถในการวิวคอนเท็นต์ทางด้านบันเทิงอย่างเช่น การชมภาพยนต์ อ่านหนังสือ หรือฟังเพลง เรื่องราวทั้งหมดของ Courier ที่นำเสนอออกมาจะเป็นการสร้าง และการเขียนด้วยปากกาสไตลัส ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดของ Apple Tablet แต่นี่เพิ่งเป็นคลิปหลุดชุดที่สอง เชื่อว่า ยังคงจะมีชุดอื่นๆ ตามมา ซึ่งทางเว็บไซต์ arip จะติดตาม และนำเสนอให้คุณผู้ได้ทราบในโอกาสต่อไป

* มีรายงานข่าวลือออกมาเพิ่มเติมด้วยว่า Microsoft Courier ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 7 และจะวางตลาดในปี 2010


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=410053 และ gizmodo

ดาวน์โหลดฟรี!!! แอนตี้ไวรัสจาก MS

รายงานข่าวล่าสุด ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ยืนยันว่า จะเริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี!!! สำหรับซอฟต์แวร์ “แอนตี้ไวรัส” (เวอร์ชันสมบูรณ์) ของทางบริษัทภายในวันนี้ หลังจากที่ได้ออกเวอร์ชันทดสอบให้ลองใช้มาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

Microsoft Security Essentials เป็นซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสของไมโครซอฟท์ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดไป ใช้งานได้ฟรี โดยซอฟต์แวร์จะอัพเดตตัวเองแบบรายวัน (daily update) เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ปลอดภัยจากมัลแวร์ใหม่ๆ ที่สามารถขโมยพาสเวิร์ด หรือเปลี่ยนพีซีของผู้ใช้ให้กลายเป็นเซิร์ฟเวอร์ส่งสแปมได้ทันท่วงที โดยไมโครซอฟท์ย้ำว่า มัน (MS Security Essentials) จะไม่ทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณทำงานช้าลง

นอก จากนี้ไมโครซอฟท์ยังกล่าวอีกด้วยว่า การเปิดให้ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสของทางบริษัทนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะขโมยธุรกิจจากบริษัทต่างๆ อย่าง แมคอาฟี่ (McAfee) และไซแมนเทค (Symantec) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน และมาพร้อมกับคุณสมบัติการทำงานทีมากกว่า โดยซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสที่เปิดใหดาวน์โหลดฟรีนี้จะเหมาะกับเจ้าของเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ได้ติดตั้งแอนตี้ไวรัสไว้ภายในเครื่อง

(หมายเหตุ: ขณะรายงานข่าวทางเว็บไซต์ยังเปิดให้บริการดาวน์โหลดเวอร์ชันเบต้า และเปิดให้เฉพาะบางประเทศเท่านั้น)

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=410048 และ V3

MS อ้างใช้ Chrome Frame เสี่ยง 2 เท่า

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ศอกกลับปลั๊กอิน “โครม เฟรม” (Chrome Frame) ของกูเกิ้ล (Google) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรันบราวเซอร์โครมได้จากในเฟรมของ Internet Explorer (IE) ว่า มันทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยของบราวเซอร์ตกอยู่ในความเสี่ยงต่ออันตรายถึง 2 เท่า!!!

Chrome Frame เป็นปลั๊กอินที่ช่วยให้บราวเซอร์อินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์สนับสนุนแท็ก HTML 5 ซึ่งเป็นคุณสมบัติการทำงานที่ไม่พบในบราวเซอร์เวอร์ชันล่าสุดอย่าง IE8 กูเกิ้ลกล่าวว่า “เราเชื่อว่า Google Chrome Frame จะช่วยให้ชีวิตของนักพัฒนาเว็บ และผู้ใช้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก” ที่สำคัญมันยังทำให้ผู้ใช้ IE8 ได้รับประสบการณ์ในการใช้งานบราวเซอร์ที่เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าอีกด้วย

อย่าง ไรก็ตาม ไมโครซอฟท์อ้างว่า ปลั๊กอิน Chrome Frame ของ Google จะทำให้ผู้ใช้ตกอยู่ในความเสี่ยงของระบบรักษาความปลอดภัยมากกว่าเดิม Amy Barzdukas ผู้จัดการทั่วไปของ IE และระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคที่ไมโครซอฟท์ กล่าวว่า “เนื่องจาก IE8 ได้รับการพัฒนาอย่างเหนือชั้น และอัพเดตให้มันมีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม ปลั๊กอิน Chrome Frame เปิดโอกาสให้ระบบสามารถรันบราวเซอร์ภายในบราวเซอร์ ซึ่งมันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีบราวเซอร์จากมัลแวร์ และสคริปท์อันตรายเป็นสองเท่า ซึ่งเราไม่เห็นว่ามันจะเป็นการช่วยตรงไหน? และหากพิจารณาให้ลึกลงไป บราเวซอร์จะมีวิธีจัดการระบบรักษาความปลอดภัยที่ซ้อนกันได้อย่างไร?”

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=410043

Antivirus ฟรีจาก MicroSoft เร็วๆ นี้

e5c8f35f5a6ba49_450x450

ไมโครซอฟท์ได้ทำการวางแผนเตรียมส่งซอฟท์แวร์ Antivirus เวอร์ชั่นเต็มออกมาให้บริการฟรีแก่ผู้ใช้ในเร็วๆ นี้…ไมโครซอฟท์ได้ทำการส่งเวอร์ชั่นทดสอบล่าสุดของซอฟท์แวร์ Antivirus ที่พัฒนาขึ้นเองให้กับเหล่า Tester พร้อมกับกล่าวว่า เวอร์ชั่นเต็มของซอฟท์แวร์ Microsoft Security Essentials หรือซอฟท์แวร์ประเภท Antivirus ที่ทางไมโครซอฟท์ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้บริการฟรีแก่ผู้ใช้นั้น จะมีกำหนดส่งในเร็วๆ นี้ ภายหลังจากที่ได้มีการประกาศพัฒนาออกมาตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยทางทีมงานได้มีการส่งเวอร์ชั่นทดสอบออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้ใช้เข้ามาร่วมทดสอบมากมาย

ขอบคุณข้อมูลจาก : Cnet , Pantip และ http://www.igadgety.com/article.php?id=5446

วินโดว์ส 7 เผยโฉม 22 ต.ค.พุ่งเป้านร.-นศ.

Pic_35029

ไมโครซอฟท์เปิดระบบปฏิบัติการพร้อมกันทั่วโลก 22 ต.ค.52 ก่อนส่งตรงถึงไทยสิ้นเดือนต.ค.ทุ่มงบกว่า45% ของงบตลาดทั่วโลก หวังตอบโจทย์สังคมออนไลน์ ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค…

นางสาวลิซ่า ลัม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อตอบสนองต่อความท้าทาย ไมโครซอฟท์ประเทศไทย นำกลยุทธ์การสื่อสารผ่านทางออนไลน์มาใช้ในคมเปญประชาสัมพันธ์และการตลาด โดยนำเนื้อหาและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวินโดว์ส 7 มาปรับและเผยแพร่แก่ผู้บริโภคประเทศไทย โดยเฉพาะการสร้างเว็บไซต์พิเศษเพื่อรวบรวมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวินโดว์7 บนwww.windows7thailand.com อีกทั้ง ยังนำทวิตเตอร์และเฟซบุ๊คแฟนเพจมาใช้ในกิจกรรมนี้ด้วย โดยรวบรวมลิงก์ของทวิตเตอร์ www.twitter.com/windows7thaiและเฟซบุ๊ค www.facebook.com/windows7thaifan ไว้ด้วยกันบนเว้บไซต์สำหรับวินโดว์ส 7

ผอ. ฝ่ายการตลาด บ. ไมโครซอฟท์ กล่าวต่อว่า หลังจากเปิดได้ประมาณ 1 เดือน ปัจจุบันมีผู้เข้าชมคิดเป็นเพจวิวมากกว่า 1 แสนเพจวิว ขณะที่ปี 2553  บริษัทใช้งบลงทุนด้านตลาดดิจิตอลอยู่ที่ 40-45% มากขึ้นจากเดิมที่เฉลี่ยอยู่ที่ 30% ของงบการตลาดทั่วโลก

นางสาวลิ ซ่า กล่าวอีกว่า สัดส่วนของผู้ใช้บรอดแบนด์ ต่อจำนวนประชากรในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 2% ถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่สัดส่วนดังกล่าวกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีจำนวนผู้คนในชุมชน อนไลน์ของประเทศประมาณ 16 ล้านคน ทั้งนี้ จึงทำให้วินโดว์ส 7 ได้รับการตอบรับที่ดีจากชุมชนออนไลน์ของไทย

ผอ.ฝ่ายการตลาด บ. ไมโครซอฟท์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยตอบรับเครือข่ายสังคมอย่างไฮว์ไฟว์ เฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์เห็นได้จากบล็อกต่างๆ ที่รองรับภาษาไทยเพิ่มขึ้น อีกทั้งจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊คทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 300 ล้านคน เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้ผู้ใช้เฟซบุ๊คมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับประชากรในสหรัฐ อีกทั้ง ยังร่วมมือกับบริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำ อาทิ เอชพี เดลล์ เอเซอร์ อัสซุส ให้ดาวน์โหลดวินโดว์ 7 ใช้งานฟรีด้วย พร้อมทั้งจัดกิจกรรมตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพราะเชื่อมั่นว่า กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา จะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่สนใจและมีมุมมองต่อวินโดวส์ 7

“เหตุผล ที่มุ่งเน้นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เพราะมีทั้งเวลา มุมมอง และคำแนะนำ ขณะที่ปัจจุบันวัยรุ่นใช้เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ มากขึ้น อีกทั้ง ส่วนนใหญ่มีโน๊ตบุ๊คเป็นของตัวเองด้วย” นางสาวลิซ่า กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.thairath.co.th/

คลิปหลุด!!! ไมโครซอฟท์ “แท็บเล็ต”

รายงานข่าวล่าสุดอ้างว่า ภาพถ่าย และคลิปวิดีโอต้นแบบ “แท็บเล็ต” ของไมโครซอฟท์ได้หลุดออกมา และถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ Gizmodo เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งหากต้นแบบที่เห็นในภาพ และวิดีโอเป็นของจริง ตลาดนี้อาจจะไม่หมูสำหรับแอปเปิ้ลเสียแล้ว

สำหรับภาพ และคลิปวิดีโอของแท็บเล็ตที่หลุดออกมา แสดงให้เห็นชัดเจนว่า มันทำงานด้วยระบบหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วทั้ง 2 จอ โดยใช้สไตลัสในการอินพุตข้อมูล หรือเขียนข้อความต่างๆ เข้าไป อย่างไรก็ตาม มันดูคล้ายเครื่องอ่านอีบุ๊กมากกว่าคอมพิวเตอร์ ทางด้านไมโครซอฟท์ไม่ได้ให้คอมเมนต์ใดๆ เกี่ยวกับภาพ และคลิปที่หลุดออกมา อย่างไรก็ตาม จากรายงานข่าวเรียกเจ้าแท็บเล็ตนี้ว่า “Courier”

เว็บไซต์ มากมายตั้งข้อสังเกตว่า หากแท็บเล็ตของไมโครซอฟท์เห็นในภาพนี้เป็นของจริง ไมโครซอฟท์อาจจะไล่กวดแอปเปิ้ลได้ทันสำหรับอุปกรณ์ลักษณะนี้ก็ได้ แม้แอปเปิ้ลจะประสบความสำเร็จอย่างสวยงามสำหรับตลาดโน้ตบุ๊ก และทำท่าเหมือนจะเข้าไปในตลาดเน็ตบุ๊ก แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ โดยส่งสัญญาณออกมาเป็นระยะๆ ว่า ทางบริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาอุปกรณ์ “แท็บเล็ต” (iPad ?)

Matt Buchanan บรรณาธิการจาก Gizmodo.com กล่าวถึง Courier ว่า มันดูเหมือนบุ๊กเล็ต (Booklet) มากกว่าแท็บเล็ต (tablet) “แทนที่จะมีลักษณะการแสดงผลเป็นหน้าจอเดียว มันกลับมีสองหน้าจอที่พับได้เหมือนหนังสือ”ซึ่งต้นแบบที่เห็นนี้เป็นอะไรที่ ผู้ใช้รอคอย เนื่องจากมันดูทั้งเรียบง่าย และน่าจะใช้งานได้ง่ายอีกด้วย “ไมโครซอฟท์กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบอินเตอร์เฟซ โดยยังอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้นจริงๆ” เขากล่าว “เนื่องจากมันมีแนวคิดมากมายในการออกแบบส่วนตัิดต่อไผู้ใช้ มันไม่ใช่เรื่องที่จะเร่งรีบทำให้เสร็จได้อย่างง่ายดาย”

สำหรับคลิ ปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ออกมาบนเว็บไซต์ Gizmodo แสดงให้เห็นว่า อินเตอร์เฟซของ Courier ลื่นไหล และรวดเร็วมากๆ ซึ่งทาง Buchanan ก็ไม่แน่ใจว่า มันใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 หรือ Windows Mobile กันแน่ นอกจากนี้ Ina Fried คอลัมนิสต์เว็บไซต์ซีเน็ตยังแสดงทรรศนะต่อคลิปทีเห็นว่า มันมีความเป็นไปได้อย่างมาก แต่ทีเห็นน่าจะเป็นหนึ่งในหลายต้นแบบที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาเท่านั้น


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=410014 และ Gizmodo

Zune HD โหลดแอพฯฟรี!!! แลกดูโฆษณา

หลังจากที่ Zune HD ของไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เว็บไซต์ต่างๆ ก็เริ่มรีวิว ตลอดจนนำเสนอคุณสมบัติการทำงานในแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ล่าสุดเว็บไซต์ Ars Technica ได้เปิดเผยถึงประเด็นที่เจ้าของเครื่องอาจจะไม่ทราบมาก่อนนั่นก็คือ คุณสามารถดาวน์โหลดแอพฯ ของทางไมโครซอฟท์ไปใช้ได้ฟรี ซึ่งถือเป็นข่าวดี แต่คุณอาจจะต้องชมภาพนิ่ง หรือคลิปโฆษณาก่อนใช้แอพฯ หรือสนุกกับเกมส์นั้นๆ

กล่าวโดยสรุปก็คือ โมเดลธุรกิจของแอพพลิเคชันบนเครื่องเล่นมีเดีย Zune HD ก็คือ สามารถดาวน์โหลดแอพฯ ต่างๆ ที่ไมโครซอฟท์พัฒนาไปใช้ได้ฟรี แต่ก็ต้องแลกกับการที่ผู้บริโภคต้องชมโฆษณาที่มีทั้งแบบทีเป็นภาพนิ่ง และคลิปวิดีโอด้วย สำหรับแอพฯ ที่ให้บริการใน Zune HD marketplace จะมีอยู่ 9 รายการด้วยกัน ได้แก่ เครื่องคิดเลข (Calculator), รายงานสภาพอากาศ (Weather), Texas Hold’em, ซูโดกุ, Space Battle 3, Shell Game of the Future, Hexic, Goo Splat และ Chess

ผลที่เกิดขึ้นก็คือ หลังจากดาวน์โหลดแอพฯ หรือเกมส์มาแล้ว เจ้าของ Zune HD อาจจะต้องรอประมาณ 10 – 15 วินาที เพื่อดูโฆษณา ก่อนใช้งานแอพพลิเคชัน อย่างไรก็ตาม ทาง Ars ได้ทดลองดาวน์โหลดเกมคลาสสิกอย่าง หมากรุก (Chess) มาเล่น ปรากฎว่า กว่าจะได้เล่น ต้องรอโฆษณาจบ ซึ่งกินเวลาไปกว่า 30 วินาที


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=409986 และ Ars Technica

MS ใจป้ำให้ใช้ Office Web Apps ฟรี!!!

รายงานข่าวล่าสุด เมือวานนี้ ไมโครซอฟท์ได้เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้เริ่มคัดเลือกผู้ใช้ (จำนวนจำกัด) ให้เข้าร่วมในโปรแกรมทดลองใช้งานทางด้านเทคนิค (Technical Preview) สำหรับ Office Web Apps บริการแอพพลิเคชันออนไลน์สำหรับชุดโปรแกรมออฟฟิศ โดย Brian Hall ผู้จัดการทั่วไป Windows Live โพสต์ในบล็อกว่า Office Web Apps เวอร์ชันสมบูรณ์จะเปิดให้บริการกับผู้ใช้ Windows Live ทุกคน

ผู้ใช้ทีผ่านการคัดเลือกจะได้ทดลองใช้แอพพลิเคชันต่างๆ ที่อยู่ใน MS office ซึ่งได้แก่ Word, Excel และ PowerPoint โดยวัตถุประสงค์ของการทำ Technical Preview ก็เพื่อที่จะให้กลุ่มผู้ทดลองใช้ได้ช่วยรายงานข้อผิดพลาด (bug) ตลอดจนเป็นการแนะนำคุณสมบัติใหม่สำหรับบริการ Cloud Computing สำหรับการเปิดให้ทดลองใช้เวอร์ชันทดสอบจากผู้ใช้หลายพันรายจะเริ่มในช่วงปลายปีนี้

ปัจจุบันผู้ใช้บริการ(ฟรี) Windows Live (Hotmail, Messenger, etc.) มีจำนวนมากกว่า 500 ล้านรายทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงผู้ใช้บริการสตอเรจ SkyDrive (ความจุ 25GB แรกให้ใช้ได้ฟรี) จะได้รับสิทธิ์ในการใช้ Office Web Apps เวอร์ชันสมบูรณ์ผ่านเว็บบราวเซอร์รุ่นใหม่ๆ โดยคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ออกมาวันนี้ ยังได้แสดงให้เห็นถึงการใช้ Excel Web App ในบราวเซอร์ Mozilla Firefox 3.5 โดยทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows 7 อีกด้วย อย่างไรก็ดี ไมโครซอฟท์เปิดเผยว่า Office Web Apps จะสนับสนุนบราวเซอร์ตั้งแต่ IE 7 ขึ้นไป รวมถึงบราวเซอร์ Safari 4 ด้วย

สำหรับผู้ใช้ Windows Live SkyDrive เมื่อเว็บแอพฯ เปิดให้บริการ ผู้ใช้ทุกคนจะสังเกตเห็นแท็บ Documents เพิ่มขึ้นมา ซึ่งสามารถเปิดไฟล์เอกสารออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็น Word, Excel และ PowerPoint ได้ทันที โดยนอกจากแอพฯเหล่านี้แล้ว ทางบริษัทกำลังเตรียมปล่อย OneNote ตามมาติดๆ อีกด้วย

คาดว่า บริการ Office Web Apps จะเปิดให้บริการฟรี และมีความเข้ากันได้กับ Office 2010 ที่เป็นผลิตภัณฑ์ ในส่วนของความคาดหวังทีมีต่อบริการออฟฟิศออนไลน์ ทางไมโครซอฟท์มั่นใจว่า มันจะเป็นเครื่องมือต่อกรกับ Google Docs ในการช่วงชิงกลุ่มลูกค้าที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=409984 และ ซีเน็ต

ใช้ Windows 7 ช่วยลดต้นทุนถึง 20%

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์อ้างว่า นอกจากระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง Windows 7 จะมีสเถียรภาพของการทำงาน และระบบจัดการพลังงานที่ดีกว่าโอเอสรุ่นก่อนหน้านี้แล้ว หากองค์กรในภาคธุรกิจเลือกใช้ Windows 7 มันยังช่วยลดต้นทุนในการซัพพอร์ตระบบได้มากถึง 20% อีกด้วย

สำหรับข้อมูลดังกล่าว ไมโครซอฟท์อ้างว่า เป็นการรวบรวมผลสรุปจากฟีดแบ็คของผู้ที่ได้มีโอกาสใช้เป็นกลุ่มแรกๆ ซึ่ง ปรากฎว่า Windows 7 สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการซัพพอร์ตคอมพิวเตอร์ให้กับบริษัทได้ 70 – 160 เหรียญฯ ต่อเครื่อง โดยจำนวนเงินนี้ได้มาจากค่าบริการซัพพอร์ตพีซีต่อเครื่องเป็นระยะเวลานาน 2 ชั่วโมง (การที่ Windows 7 มีปัญหาน้อย ช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องเสียค่าบริการตรงนี้มากนัก หรือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายนั่นเอง)

“หลายบริษัทตระหนักดีว่า Windows 7 สามารถช่วยประหยัดค่าแรงงานไอทีได้โดยตรง” Gavriella Schuster ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์วินโดวส์ ได้โพสต์ไว้ในบล็อก “เรารู้สึกดี และตื่นเต้นมากกับผลลัพธ์ที่ได้จากกลุ่มผู้ใช้ Windows 7 เป็นกลุ่มแรกๆ ซึ่งมันแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงของ Windows 7 ที่มีต่อองค์กรภาคธุรกิจ” Schuster กล่าว สำหรับผลการวิจัยข้อมูล (Early adoptors survey) ดังกล่าวจัดทำโดยไมโครซอฟท์ร่วมกับ City of Miami, Getronics และบริษัท Baker Tilly ในสหราชอณาจักร

อย่างไรก็ตาม Schuster ไม่ได้ระบุว่า ตัวเลขเม็ดเงินที่ประหยัดขึ้นมาได้นั้นเป็นการเปรียบเทียบจากการใช้ Windows 7 กับ Windows Vista ที่ค่อนข้างมีปัญหา หรือ Windows XP ที่มีสเถียรภาพค่อนข้างดีในการใช้งาน นอกจากนี้ทางไมโครซอฟท์ยังกล่าวว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะออกชุดเครื่องมือช่วยให้องค์กรย้ายไปใช้ Windows 7 ได้ง่ายขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=409975 และ IW