แอปเปิ้ล Archive

แอปเปิ้ลอัพเดตแม็คบุ๊กและ”เมาส์มัลติทัช”

รายงานข่าวล่าสุด แอปเปิ้ล (Apple) ประกาศอัพเดตผลิตภัณฑ์ในสายคอมพิวเตอร์หลายชิ้นด้วยกันเมื่อวานนี้ ซึ่งได้แก่ แม็คบุ๊ก (MacBook) แลปทอปรุ่นใหม่ ไอแม็ค (iMac) คอมพิวเตอร์เดสก์ทอปทีมาพร้อมกับเมาส์ “มัลติทัช” ทีจะให้ประสบการณ์ใหม่ในการใช้ไอแมคที่ผู้ใช้จะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

จากรายงานข่าวแสดงให้เห็นว่า แอปเปิ้ลมีการวางแผน กลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์ที่มีขั้นตอน แทนที่จะประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ก้าวกระโดดจากคู่แข่งในตลาดอย่าง แท็บเล็ต ทางบริษัทเลือกที่จะใช้การอัพเดตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอยู่เดิมให้มี ความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่แอปเปิ้ลจะกำไรเติบโตในไตรมาสสุดท้ายถึง 47% ในขณะเดียวกันแอปเปิ้ลก็สามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากไมโครซอฟท์ได้อย่างต่อ เนื่อง สำหรับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลทีมีการอัพเดตกับตลาดมีดังนี้

ชิ้นแรกจะเป็นแม็คบุ๊กที่ ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น โดยแอปเปิ้ลได้เพิ่มคุณสมบัติการทำงานที่เหนือกว่าในสายผลิตภัณฑ์ไฮเอ็น ด์อย่าง MacBook Pro เข้าไป และทำให้ผู้ใช้สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วยราคา 999 เหรียญฯ (ประมาณ 33,500 บาท) โดยแม็คบุ๊กที่ได้รับการปรับปรุงครั้งนี้จะมาพร้อมกับหน้าจอ LED ทีให้ความสว่างสดใส แทร็คแพดที่สนับสนุนมัลติทัช (ใช้สองนิ้วควบคุมการทำงานบนหน้าจอ) และแบตเตอรี่ทีสามารถใช้ยาวนานขึ้นถึง 7 ชั่วโมง ที่สำคัญมันยังเบากว่า และทนทานกว่าเดิม เนื่องจากทางบริษัทเลือกใช้วัสดุทีทำตัวถังของเครื่องเป็น “โพลีคาร์บอเนต”

สำหรับชิ้นที่สองจะเป็น iMac คอมพิวเตอร์เดสก์ทอปที่มาพร้อมกับหน้าจอ LED ให้เลือก 2 ขนาดคือ 21.5 และ 27 นิ้ว ขุมพลังภายในใช้ Intel Core 2 Duo ในระดับราคาน่าสอยไม่แพ้กันนั่นคือ 1,199 เหรียญฯ (ประมาณ 40,000 บาท)

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Magic Mouse เมาส์ไร้สายระบบสัมผัสแบบ”มัลติทัช” ซึ่งมีหน้าตาเกลี้ยงเกลา แต่สามารถทำงานได้เหมือนแทร็คแพดของแม็คบุ๊ก โดยผู้ใช้สามารถเลื่อนนิ้วไปมาบนพื้นผิวด้านบนของเมาส์ เพื่อควบคุมการทำงานบนหน้าจอ iMac ได้อย่าง่ายดาย (ไม่ต้องขยับเมาส์ให้เมื่อยมือ) ในส่วนของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทางแอปเปิ้ลจะ ได้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


ขอบคุณข้อมูลจาก : ARIP และ engadget

iRock เพื่อความมันส์ของสาวกแอปเปิ้ล

2db7e7b34be96f1_450x450

เป็นคอนเซ็ปต์อุปกรณ์เสริมสำหรับคนที่ชอบใช้แอปพลิเคชั่นกีต้าร์บน iPod , iPhone โดยเฉพาะ ใครที่ชอบเล่นกีต้าร์คงถูกออกถูกใจ เจ้า iRock ที่มีคนออกแบบขึ้นมานี้

432a83fdb4c0401_450x450โดยมันถูกออกแบบขึ้นโดยนักออกแบบที่ชื่อว่า Julien Duquesnoy ซึ่งเป็นเหมือนกรอบโครงกีต้าร์ที่สามารถบรรจุ iPod หรือ iPhone ของคุณลงไปได้ จากนั้นก็บรรเลงคอร์ดตามสไตล์ ส่วนตัวคอกีต้าร์ออกแบบให้เป็นส่วนของลำโพง  ใครที่ชอบกับดีไซน์นี้คงต้องลุ้นให้มีคนผลิตขึ้นมาจริงๆ แล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก : craziestgadgets และ http://www.igadgety.com/article.php?id=5493

Apple เปิดตัว OS Snow Leopard เสือตัวใหม่ที่ดูดีกว่าเดิม

Apple เปิดตัว OS Snow Leopard เสือตัวใหม่ที่ดูดีกว่าเดิม

app

แอปเปิ้ล® เปิดตัวระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุด Mac OS® X v10.6 Snow Leopard™ ที่พร้อมจำหน่ายในวันนี้ ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการและผ่านทางร้านค้าออนไลน์ของแอปเปิ้ล โดย Snow Leopard นั้นถูกพัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีที่มีรากฐานที่น่าเชื่อถือนับทศวรรษอย่าง OS X และได้รับการปรับแต่งให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในหลายร้อยจุด เสริมด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และรองรับการทำงานร่วมกับ Microsoft Exchange ได้อย่างดี โดยผู้ใช้สามารถอัพเกรดจาก Mac OS X Leopard มาเป็น Snow Leopard® ได้ในราคาเพียง 1,190 บาทเท่านั้น
“Snow Leopard พัฒนาโดยต่อยอดจากระบบปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเรา และเราก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถนำเสนอ Snow Leopard ให้ผู้ใช้ได้เร็วกว่ากำหนดการที่เราคาดเอาไว้” เบอร์แทรนด์ เซอร์เล็ท รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของแอปเปิ้ล กล่าว “ด้วยราคาในการอัพเกรดเพียง 1,190 บาท ผู้ใช้ Leopard จะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีชั้นสูงบนระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ และเป็นระบบที่รองรับการทำงานร่วมกับ Exchange ได้”
ในการพัฒนา Snow Leopard นั้น วิศวกรของแอปเปิ้ลได้ปรับปรุงส่วนต่างๆ บน Mac OS X รวมแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนโปรเจ็กต์ทั้งหมดนับพันรายการ ทำให้ผู้ใช้จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ทั้งใน Finder™ ที่ค้นหาได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม โดยสามารถเปิดข้อความในเมลได้เร็วขึ้นสองเท่า* Time Machine® ที่สามารถสำรองข้อมูลครั้งแรกได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 80 เปอร์เซ็นต์ * และให้การทำงานรูปแบบใหม่ร่วมกันระหว่าง Dock และ Expose® มี QuickTime® X โฉมใหม่ที่ให้ความสะดวกมากกว่าในการชม บันทึก ตัดต่อ และแชร์วิดีโอ อีกทั้งบราวเซอร์ Safari® 4 เวอร์ชัน 64-บิต สามารถทำงานได้เร็วขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ** และยังสามารถป้องกันระบบไม่ให้ได้รับผลกระทบจากปลั๊กอินที่มีปัญหา ที่สำคัญ Snow Leopard นั้นมีขนาดเพียงครึ่งเดียวของระบบปฏิบัติการเวอร์ชันก่อนหน้านี้ ช่วยประหยัดพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ลงไปได้มากถึง 7 กิกะไบต์ในทันทีที่ติดตั้ง
ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่แอพพลิเคชันระบบ ไม่ว่าจะเป็น Finder, Mail, iCal®, iChat® และ Safari ได้ถูกแปลงโค้ดโปรแกรมให้กลายเป็นแบบ 64-บิต และด้วยคุณสมบัติของ Snow Leopard ในการรองรับโพรเซสเซอร์แบบ 64-บิต ทำให้สามารถทำงานร่วมกับหน่วยความจำประเภทแรมที่ใหญ่ขึ้น ให้สมรรถนะที่ดีขึ้น และมีความปลอดภัยมากขึ้น ในขณะที่ยังคงรองรับแอพพลิเคชันแบบ 32-บิต ได้อย่างไม่มีปัญหา นอกจากนี้ยังมีการนำ Grand Central Dispatch (GCD) มาใช้เพื่อนำเสนอแนวทางใหม่ให้แก่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ในการเขียนแอพพลิเคชัน เพื่อดึงประโยชน์จากโพรเซสเซอร์แบบมัลติคอร์ออกมาให้ได้เต็มที่ รวมไปถึงการรองรับ OpenCL ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานเปิด ที่ทำให้นักพัฒนาโปรแกรมสามารถใช้พลังของหน่วยประมวลผลกราฟิกที่มีอยู่ได้ อย่างคุ้มค่าเพื่อรองรับการประมวลผลอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากเรื่องของกราฟิก
Snow Leopard นั้นถือเป็นระบบปฏิบัติการบนเดสก์ทอปรุ่นเดียวที่รองรับการทำงานร่วมกับ Microsoft Exchange Server 2007 และให้ความสะดวกในการใช้ Mac OS X Mail, Address Book และ iCal ในการส่งและรับอีเมล์ สร้างหรือตอบรับการเชิญประชุมผ่านระบบออนไลน์ รวมไปถึงการค้นหาและจัดการรายชื่อบนสมุดรายชื่อกลางของระบบ และด้วยความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่าง Exchange กับ Snow Leopard ทำให้ผู้ใช้ยังจะได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติเฉพาะบน OS X ทั้งการค้นหาอย่างรวดเร็วผ่าน Spotlight® และการพรีวิวผ่าน Quick Look เป็นต้น
Mac OS X Server Snow Leopard ระบบปฏิบัติระดับเซิร์ฟเวอร์ที่ง่ายต่อการใช้งาน พร้อมวางจำหน่ายเช่นเดียวกันในวันพุธที่ 2 กันยายน 2552 โดย Snow Leopard Server มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ Podcast Producer 2 และ Mobile Access Server ด้วยราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมคือ 18,990 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนไลเซนส์เครื่องลูกข่ายที่เชื่อมต่อใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและความต้องการของระบบสำหรับ Snow Leopard Server สามารถเรียกดูได้จาก www.apple.com/server/macosx/

ราคาและกำหนดการจำหน่าย
Mac OS X เวอร์ชัน 10.6 Snow Leopard พร้อมเปิดให้ผู้ใช้อัพเกรดระบบจาก Mac OS X เวอร์ชัน 10.5 Leopard ได้ในวันที่ 2 กันยายน ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแอปเปิ้ล และเปิดให้สั่งซื้อได้ผ่านทางเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ของแอปเปิ้ลแล้ววันนี้ (http://store.apple.com/th) โดย Snow Leopard สำหรับหนึ่งไลเซนส์การใช้งานสนนราคาที่ 1,190 บาท และ Snow Leopard Family Pack สำหรับการใช้งานในหนึ่งครอบครัว สูงสุด 5 ไลเซนส์การใช้งาน สนนราคาที่ 1,990 บาท สำหรับผู้ใช้ Tiger® ที่เป็น Mac® ซึ่งใช้โพรเซสเซอร์ตระกูลอินเทล สามารถเลือกซื้อชุด Mac Box Set ที่มาพร้อมด้วย Mac OS X Snow Leopard, iLife® ‘09 และ iWork® ‘09 พร้อมจำหน่ายในราคา 6,590 บาท และชุด Family Pack ที่ราคา 8,990 บาท
สำหรับลูกค้าที่ซื้อแมคเครื่องใหม่จากแอปเปิ้ลหรือจากตัว แทนจำหน่ายของแอปเปิ้ล ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน 2552 จนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2552 จะได้รับแพคเกจที่อัพเดทใหม่สำหรับ Mac OS X Snow Leopard Up-to-Date โดยมีค่าจัดส่งและจัดการ 390 บาท โดยผู้ใช้ต้องยื่นขอสิทธิ์อัพเกรดแพคเกจดังกล่าว ภายในเวลา 90 วัน นับจากวันที่ซื้อสินค้า และต้องไม่เกินวันที่ 26 ธันวาคม 2552 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเรียกดูได้ที่ http://www.apple.com/asia/macosx/uptodate/ ทั้งนี้ Snow Leopard มีความต้องการหน่วยความจำขั้นต่ำ 1 กิกะไบต์ และออกแบบมาให้ทำงานบนคอมพิวเตอร์แมคที่ใช้โพรเซสเซอร์จากอินเทล สำหรับรายละเอียดความต้องการของระบบทั้งหมด สามารถเรียกดูได้ที่ www.apple.com/macosx/specs.html
* ทดสอบโดยแอปเปิ้ลในเดือนสิงหาคม 2552 เปรียบเทียบ Mac OS X v10.6 Snow Leopard รุ่นก่อนวางจำหน่าย กับ Mac OS X v10.5.8 Leopard บน MacBook 2.0 GHz และ iMac 2.66 GHz ซึ่งทั้งสองเครื่องมีหน่วยความจำ 2 กิกะไบต์ ทั้งนี้สมรรถนะที่ได้อาจแตกต่างไปตามรูปแบบการตั้งค่าของระบบ ระบบเครือข่าย ขนาดของไฟล์ ชุดของข้อมูล และปัจจัยอื่นๆ
** ทดสอบโดยแอปเปิ้ลในเดือนสิงหาคม 2552 เปรียบเทียบ Safari 4 แบบ 64 บิต กับ Safari 4 แบบ 32 บิต บนระบบปฏิบัติการ Mac OS X v10.6 Snow Leopard รุ่นก่อนวางจำหน่าย ที่ทำงานบนเครื่อง MacBook 2.0 GHz และ iMac 2.66 GHz ซึ่งทั้งสองเครื่องมีหน่วยความจำ 2 กิกะไบต์ สำหรับการทดสอบ JavaScript นั้นเป็นไปตามรูปแบบการทดสอบ SunSpider Performance Test ทั้งนี้สมรรถนะที่ได้อาจแตกต่างไปตามรูปแบบการตั้งค่าของระบบ ระบบเครือข่าย ขนาดของไฟล์ ชุดของข้อมูล และปัจจัยอื่นๆ
แอปเปิ้ล จุดประกายการปฏิวัติให้กับวงการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในทศวรรษ 1970 ด้วย Apple II พร้อมกับได้คิดค้นและพัฒนาคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรูปแบบใหม่จนกลายเป็น Macintosh ในทศวรรษ 1980 และวันนี้แอปเปิ้ลยังคงเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในด้านการสร้างสรร ที่ยืนยันด้วยรางวัลทั้งสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการ OS X และ iLife รวมไปถึงแอพพลิเคชันระดับมืออาชีพอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ แอปเปิ้ล ยังได้พลิกโฉมวงการดิจิตอลมีเดียด้วยเครื่องเล่นเพลงและวิดีโอแบบพกพาอย่าง iPod และร้านค้าออนไลน์ iTunes อีกทั้งยังสร้างสรรนวัตกรรมใหม่แห่งวงการโทรศัพท์มือถือด้วยการนำเสนอ iPhone สู่ตลาด

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.techxcite.com

ภาพหลุด”อินเตอร์เฟซ” ของ Apple iPad

ยังคงให้มีติดตามกันเป็นระยะๆ สำหรับของเล่นใหม่จากแอปเปิ้ล (Apple) ที่มีชื่อว่า iPad (ใช่ หรือเปล่านะ?) โดยเว็บไซต์ CrunchGear ได้เปิดเผยภาพต่างๆ ที่ได้รับมาจากแหล่งข่าว พร้อมกับคำบอกเล่าว่า “มันเป็นหน้าจอล่าสุดที่สตีฟ จอบส์ต้องการ” แถมยังบอกอีกด้วยว่า iPad เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับดูภาพยนต์ที่ดีที่สุด

ทางเว็บไซต์ยังวิเคราะห์ภาพที่ได้รับมาอีกด้วยว่า ภาพปกของ “All About Steve” น่าจะเป็นของจริง (เพราะเหมือนกับที่เคยเห็นจากทางสตูดิโอ) นอกจากนี้ยังมีอินเตอร์เฟซของ Apple TV รวมถึงคีย์บอร์ดระบบสัมผัสบนหน้าจอ และอินเตอร์เฟซแบบ Cover Flow ที่หลายคนชื่นชอบ สำหรับการสืบค้นวิดีโอ เอาเป็นว่า ดูกันเพลินๆ ไปก่อนนะครับ “ของจริง” อาจจะต้องรอต้นปีหน้าถึงจะได้เห็น เฮ่อ…ขยันทำภาพ”หลุด”กันจริงๆ เลยนะครับ




ข้อมูลจาก: http://www.arip.co.th/news.php?id=409831 และ CrunchGear

Apple Tablet “ไอพอดทัช”ขนาดใหญ่?

เป็นข่าวได้ตลอดเวลาสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังคงเป็นเรื่องคาดเดากันไม่ จบไม่สิ้น นั่นก็คือ แท็บเล็ตของแอปเปิ้ล โดยรายงานข่าวล่าสุดจากเว็บไซต์บิซิเนสเจอนัลระบุว่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะมีลักษณะคล้าย iPod Touch ขนาดใหญ่ ในขณะที่ราคาของมันอยู่ที่ประมาณ 600 เหรียญฯ (21,000 บาท) เท่านั้น

Genn Munster นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัท Piper Jaffray กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า สำหรับแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ของแอปเปิ้ล ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอยู่นั้น คาดว่าจะมียอดจำหน่ายมากถึง 2 ล้านเครื่อง และจะทำให้แอปเปิ้ลมีรายได้สูงถึง 1.2 พันล้านเหรียญฯ (ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท) ภายในปีหน้า

สำหรับ การคาดการณ์ครั้งนี้ ตั้งอยู่บนข้อมูลพื้นฐานที่เขาได้รับจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ดัง กล่าวที่ตั้งอยู่ในอาเซียน ซึ่งประสานงานกับแอปเปิ้ลโดยตรง Munster กล่าวอีกด้วยว่า “หลังจากที่ได้มีการปรึกษากันถึงโอกาสการเติบโตของอุปกรณ์แท็บเล็ตรุ่นใหม่ จากแอปเปิ้ล เราขอย้ำอีกครั้งว่า แอปเปิ้ลจะแนะนำอุปกรณ์ระบบสัมผัสที่มีลักษณะคล้าย iPod Touch แต่ใหญ่กว่าในต้นปี 2010″

Munster คาดว่า แท็บเล็ตของแอปเปิ้ลจะมาพร้อมกับโมเด็ม 3G และสุดยอดซอฟต์แวร์สำหรับการท่องเว็บ อีเมล์ และเล่นสื่อต่างๆ โดยเขาเชื่อว่า แท็บเล็ตของแอปเปิ้ลจะชนกับผลิตภัณฑ์ประเภท”เน็ตบุ๊ก”โดยตรง ทั้งๆ ทีมันไม่ใช่เน็ตบุ๊ก…

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=409687

ด่วน!!! พบ”ช่องโหว่”ในคีย์บอร์ด Apple

รายงานข่าวเช้านี้ยังคงเป็นเรื่องของข้อผิดพลาดอีกแล้ว แต่คราวนี้ขอเป็นทางค่ายแอปเปิ้ลกันบ้าง โดยลาสุด มีรายงานการพบช่องโหว่อันตรายในเฟิร์มแวร์ (firmware) หรือโค้ดโปรแกรมที่อยู่ภายในชิปการทำงานของคีย์บอร์ดทีใช้กับเครื่องแมคฯ

หลังจากที่แอปเปิ้ลเร่งออกแพตช์อุด ช่องโหว่ SMS ไปได้ไม่นาน คราวนี้ถึงเวลาต้องมาจัดการแก้ปัญหาของฮาร์ดแวร์กันบ้าง โดยล่าสุดนักวิจัย จากในงานประชุม BlackHat ที่จัดขึ้นในลาสเวกัส ได้ออกมาเปิดเผยถึงช่องโหว่ที่พบในเฟิร์มแวร์ของคีย์บอร์ด ซึ่งอ้างว่า แฮคเกอร์สามารถบันทึกการกดคีย์บอร์ดของผู้ใช้ เพื่อขโมย”พาสเวิร์ด” และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ได้!!!

แฮ คเกอร์รายหนึ่งได้สาธิตให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนีได้เห็นว่า คีย์บอร์ดของแอปเปิ้ลมีช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้แฮคเกอร์สั่งรันซอฟต์แวร์ บันทึกการกดคีย์บอร์ด ข้อมูลส่วนตัวที่ถูกป้อนเข้าไปโดยผู้ใช้ อย่างเช่น พาสเวิร์ด และหมายเลขบัตรเครดิต สามารถถูกดึงออกมาโดยแฮคเกอร์ได้ ซึ่งรายละเอียดคร่าวๆ จุดเริ่มต้นของช่องโหว่มาจากการออกแบบส่วนอัพเกรดเฟิร์มแวร์ที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะในส่วนของการสื่อสารกับคีย์บอร์ด ทำให้แฮคเกอร์สามารถพัฒนา rootkit เพื่อเปิดทางให้ซอฟต์แวร์บันทึกการกดคีย์บอร์ดเข้าไปทำงานได้

เนื่อง จากคีย์บอร์ดของแอปเปิ้ลมีหน่วยความจำ RAM และ Flash มากพอที่แฮคเกอร์จะสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ Key-Log เข้าไป ซึ่งเมื่อมันเข้าไปอยู่ในเฟิร์มแวร์แล้ว ซอฟต์แวร์คีย์ล็อกจะสามารถทำงานได้อย่างง่ายดาย โดยหลุดรอดจากการตรวจจับมัลแวร์ของระบบ การโจมตีเกิดขึ้นได้เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า ตัวอัพเดตเฟิร์มแวร์ของคีย์บอร์ดไม่ได้ถูกเข้ารหัส และไม่ต้องมีการทวนสอบสิทธิ์แต่อย่างใด ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ชิปควบคุมที่สามารถอัพเกรดเฟิร์มแวร์ได้ในคีย์บอร์ดจะมีราคาถูกทำให้มันไม่ มีระบบตรวจสอบใดๆ ซึ่งในระหว่างการสาธิตในงาน BlackHat ผู้เชี่ยวชาญสามารถขโมยพาสเวิร์ดสำหรับล็อกอิน และข้อมูลอื่นๆ ที่ถูกพิมพ์เข้าไปในระบบโดยผู้ใช้

ขอบคุณที่มา : http://www.arip.co.th/news.php?id=409662