เฟซบุ๊ก Archive

ลือ!!! แอพฯใน Facebook เป็น “ไวรัส”

ลือ!!! กันให้แซดในหมู่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก (Facebook) เกี่ยวกับไวรัสคอมพิวเตอร์ โดยจากรายงานข่าวล่าสุด มันไม่ได้เป็นเรื่องจริง แต่เป็นข่าวลือที่มีการปล่อยออกมา แล้วส่งต่อกันออกไปในหมู่สมาชิกจนกลายเป็นกระแสความตื่นกลัว

ผู้ใช้ในเฟซบุ๊กอาจจะได้รับรายงานที่ส่งต่อๆ กันไปในหมู่เพื่อนว่า แอพพลิเคชันอย่าง “Fan-check Photos” แท้จริง คือ “ไวรัส” ที่จะเข้าบุกรุกพีซีของคุณ เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวออกไป แต่ก่อนที่คุณผู้อ่านที่เพิ่งจะรับทราบข่าวนี้จะตื่นตระหนกกันไปใหญ่ รายงานข่าวล่าสุดจากเว็บไซต์ mashable.com เปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นแค่”ข่าวลือ”ที่”อำ”ได้เนียนมากๆ เท่านั้น

สำหรับแอพพลิเคชันดังกล่าว จะทำหน้าที่แสดงภาพบุคคลที่เข้ามาเยี่ยมชมโพรไฟล์ (profile) ของคุณมากที่สุด โดยข่าวลือที่ออกมาระบุว่า แอพฯตัวนี้เป็นไวรัสที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก่อนที่จะมันเริ่มทำงาน จากนั้นจะแอบขโมยข้อมูลเกียวกับโพรไฟล์ของผู้ใช้ตลอดจนเพื่อนๆ ของคุณ ได้ยินอย่างนี้แล้ว ใครยังจะกล้าใช้แอพฯตัวนี้ล่ะ

แต่จากคำบอกเล่าของ Mashable ข่าวลือดังกล่าวมีต้นตอมาจากสแปมเมอร์ที่ต้องการหลอกให้ผู้ใช้พยายามค้นหาโปรแกรมกำจัดไวรัส(ตัวที่เป็นข่าวลือ…แผนซ้อนแผนเลยนะเนี่ย) แต่สุดท้ายกลับถูกพาไปยังลิงค์ที่มีไวรัส หรือมัลแวร์ตัวจริง รออยู่ เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวในคอมพิวเตอร์ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อนั่นเอง ในขณะเดียวกัน แอพพลิเคชันดังกล่าวได้ถูกถอดออกจากเฟซบุ๊กตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาแล้ว

ล่าสุด Mark Zuckerberg ซีอีโอของเฟซบุ๊กประกาศว่า สมาชิกของทางเว็บไซต์เพิ่มขึ้นถึง 300 ล้านรายแล้ว พร้อมทั้งมั่นใจว่า แนวโน้มการเติบโตของผู้ใช้ที่รวดเร็วเช่นนี้จะทำให้เฟซบุ๊กมีโอกาสสร้างรายได้ที่เลี้ยงตัวเองได้ในอนาคตอันใกล้นี้

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=409977

ลือ!!! แอพฯใน Facebook เป็น “ไวรัส”

ลือ!!! กันให้แซดในหมู่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก (Facebook) เกี่ยวกับไวรัสคอมพิวเตอร์ โดยจากรายงานข่าวล่าสุด มันไม่ได้เป็นเรื่องจริง แต่เป็นข่าวลือที่มีการปล่อยออกมา แล้วส่งต่อกันออกไปในหมู่สมาชิกจนกลายเป็นกระแสความตื่นกลัว

ผู้ใช้ในเฟซบุ๊กอาจจะได้รับรายงานที่ส่งต่อๆ กันไปในหมู่เพื่อนว่า แอพพลิเคชันอย่าง ”Fan-check Photos” แท้จริง คือ “ไวรัส” ที่จะเข้าบุกรุกพีซีของคุณ เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวออกไป แต่ก่อนที่คุณผู้อ่านที่เพิ่งจะรับทราบข่าวนี้ จะตื่นตระหนกกันไปใหญ่ รายงานข่าวล่าสุดจากเว็บไซต์ mashable.com เปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นแค่”ข่าวลือ”ที่”อำ”ได้เนียนมากๆ เท่านั้น

สำหรับ แอพพลิเคชันดังกล่าว จะทำหน้าที่แสดงภาพบุคคลที่เข้ามาเยี่ยมชมโพรไฟล์ (profile) ของคุณมากที่สุด โดยข่าวลือที่ออกมาระบุว่า แอพฯตัวนี้เป็นไวรัสที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก่อนที่จะมันเริ่มทำงาน จาก นั้นจะแอบขโมยข้อมูลเกียวกับโพรไฟล์ของผู้ใช้ตลอดจนเพื่อนๆ ของคุณ ได้ยินอย่างนี้แล้ว ใครยังจะกล้าใช้แอพฯตัวนี้ล่ะ

แต่จากคำบอกเล่า ของ Mashable ข่าวลือดังกล่าวมีต้นตอมาจากสแปมเมอร์ที่ต้องการหลอกให้ผู้ใช้พยายามค้นหา โปรแกรมกำจัดไวรัส(ตัวที่เป็นข่าวลือ…แผนซ้อนแผนเลยนะเนี่ย) แต่สุด ท้ายกลับถูกพาไปยังลิงค์ที่มีไวรัส หรือมัลแวร์ตัวจริง รออยู่ เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวในคอมพิวเตอร์ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อนั่นเอง ในขณะเดียวกัน แอพพลิเคชันดังกล่าวได้ถูกถอดออกจากเฟซบุ๊กตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แล้ว

ล่าสุด Mark Zuckerberg ซีอีโอของเฟซบุ๊กประกาศว่า สมาชิกของทางเว็บไซต์เพิ่มขึ้นถึง 300 ล้านรายแล้ว พร้อมทั้งมั่นใจว่า แนวโน้มการเติบโตของผู้ใช้ที่รวดเร็วเช่นนี้จะทำให้เฟซบุ๊กมีโอกาสสร้างราย ได้ที่เลี้ยงตัวเองได้ในอนาคตอันใกล้นี้

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=409977

Facebook บนมือถือ Android มาแล้ว!!!

ช่วงนี้กระแส”แอนดรอยด์” (Android) ฮอตจริงๆ โดยในขณะที่ชาวไอโฟน (iPhone) ได้มีโอกาสใช้แอพฯ “เฟซบุ๊ก”(Facebook) ที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบกันไปแล้ว ชาวแอนดรอยด์กลับต้องใช้ Facebook Lite ที่ไม่เพียงแต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องของคุณสมบัติ และฟังก์ชันการใช้งานเท่านั้น แต่มันยังมีอินเตอร์เฟซที่ยุ่งยากอีกด้วย แต่ล่าสุด ประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจเหล่านั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว…

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แอพพลิเคชัน Facebook ที่ชาวแอนดรอยด์รอคอยมาอย่างยาวนานได้ปรากฎใน Android Market เรียบร้อยแล้ว โดยแอพฯฟรีดังกล่าว มาพร้อมกับคุณสมบัติการทำงานมากมายไม่แตกต่างจากแอพฯบนไอโฟน (iPhone) เลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่า ครอบคลุมแทบทุกฟังก์ชันที่มีบนเว็บไซต์ โดยผู้ใช้สามารถสแกนข่าวที่ฟีดไว้ ติดตามข่าวสารของเพื่อนๆ ตลอดจนข้อมูลของผู้ใช้ คอมเมนต์สถานะ อัพโหลดรูปภาพ รวมถึงการเพิ่มเพื่อนใหม่ และโพสต์สถานะอัพเดตของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถเพิ่ม widget แจ้งเตือนบนหน้าโฮมของมือถือได้อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถเขย่ามือถือ เพื่อให้มันรีเฟรชข่าวที่ฟีดเอาไว้ได้อีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม อินเตอร์เฟซของ Facebook for Android จะค่อนข้างรวมกลุ่มเข้าด้วยกัน ทำให้การเข้าถึงข้อมูลจะต้องมีการคลิ้กมากครั้งสักหน่อย (แต่ก็ไม่ได้มากจนเกินไป) อีกทั้งยังไม่สามารถใช้บริการ Facebook chat ซึ่งคาดว่า มันจะถูกเพิ่มเติมเข้าไปในเวอร์ชันหน้า รายงานข่าวยังระบุอีกด้วยว่า Facebook App ที่แจกฟรีใน Android Market นั้น ทาง Google พัฒนาขึ้นโดยได้รับความช่วยเหลือจาก Facebook ซึ่งทำให้มันมีความสมบูรณ์ในการทำงานมากขึ้นกว่าเวอร์ชัน Lite มาก


ข้อมูลจาก: http://www.arip.co.th/news.php?id=409925 และ PCMag

ส่งข้อความ Twitter ด้วยรีโมททีวี

คุณเคยนึกอยากส่งข้อความในทวิตเตอร์ (Twitter) ขณะรับชมรายการทีวีบ้าง ไหมครับ? หรือนึกอยากจะโพสต์บล็อก (Blog) สั้นๆ เกียวกับรายการที่ชม โดยไม่อยากลุกไปที่คอมพิวเตอร์ หรือบางทีคุณอาจนึกอยากจะแชร์ภาพรายการทีวีในเฟซบุ๊กของคุณก็ได้ ไม่ว่าเหตุการณ์ หรือความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นกับคุณผู้อ่าน หรือไม่ก็ตาม แต่ไอบีเอ็ม (IBM) เชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับผู้ชมทีวีในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน

ไอบีเอ็มได้ดำเนินการจดสิทธิบัตรสำหรับรีโมทอัจฉริยะที่ สามารถควบคุมทีวี และส่งข้อความเข้าไปในบริการโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก หรือบล็อก โดยผู้ใช้สามารถจัดการเรื่องดังกล่าวด้วยรีโมทขณะนั่งรับชมรายการทีวีได้ ทันที

ราย ละเอียดของสิทธิบัตรดังกล่าวระบุว่า รีโมทอัจฉริยะสามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อส่งข้อความที่ต้องการเข้าไปยังบริการทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก หรือบล็อกขณะที่ผู้ใช้กำลังรับชมทีวีได้ ซึ่งนั่นหมายความว่า หากผู้ใช้ต้องการส่งข้อความแสดงความรู้สึกที่มีต่อรายการทีวีทีชมขณะนั้นไป ยังเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ก หรือผู้ติดตามในทวิตเตอร์ ก็สามารถใช้รีโมทเลือกข้อความที่ได้ติดตั้งไว้แล้ว หรือพิมพ์เข้าไป เพื่อส่งขึ้นไปได้ทันที นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บภาพ (snapshot) ของรายการทีวี เพื่อส่งเข้าไปในเฟซบุ๊ก หรือบล็อกได้อีกด้วย และไม่เพียงแต่จะสามารถส่งข้อความได้เท่านั้น บนตัวรีโมทอัจฉริยะยังสามารถแสดงข้อความจากเฟซบุ๊ก บล้อก และทวิตเตอร์ให้คุณได้ในทางกลับกันอีกด้วย…

ข้อมูลจาก: http://www.arip.co.th/news.php?id=409847 และ  SFGate

สั่งพิมพ์”twitter”ด้วยเสียงพูดบนไอโฟน

รายงานข่าวล่าสุด SHAPE Services บริษัทผู้พัฒนาแอพพลิเคชันบนไอโฟน (iPhone) ได้ส่ง IM+ เวอร์ชัน 3.4 ให้ App Store ของ Apple ตรวจสอบแล้ว ซึ่งนอกจากมันจะเป็นแอพฯที่สามารถทำหน้าที่เป็นซอฟต์แวร์ไคลเอ็นต์ให้กับ IM ยอดนิยมหลายๆ ตัวแล้ว เวอร์ชันล่าสุดยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี “รู้จำเสียง” (Speech Recognition) ซึ่งทำให้คุณสามารถสั่งพิมพข้อความที่ต้องการ tweet หรือ IM ด้วยเสียงของคุณเอง

IM+ ไคลเอ็นต์ที่สามารถใช้บริการไอเอ็ม และโซเชียลยอดนิยมได้มากมาย ไม่ว่าจะป็น Twitter, Skype Chat, Facebook, Google Talk, Yahoo, Windows Live, AOL, ICQ, MySpace และ Jabber บนไอโฟน ซึ่ง IM+ สำหรับไอโฟนยังสนับสนุนคุณสมบัติ Push Notification ตั้งแต่ iPhone 3.0 ขึ้นไป โดยใน IM+ เวอร์ชัน 3.3 จะสนับสนุนการส่งวิดีโอที่ถ่ายด้วย iPhone 3GS ทาง IM

IM+ เวอร์ชัน 3.4 จะสนับสนุนคุณสมบัติ Speech Recognition สามารถแปลงคำสั่งเสียงที่พูดเข้าไปให้กลายเป็น”ข้อความ” เพื่อส่งเข้าไปใน Twitter และ IM ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มอิโมติคอน”หน้ายิ้ม”ที่เคลื่อนไหวได้ (smiley animated emotions) ตลอดจนแก้ไขบั๊กต่างๆ ที่พบก่อนหน้านี้ คลิปข้างล่างเป็นการสาธิตคุณสมบัติใหม่ของ IM+ เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งมันสามารถพิมพ์ข้อความที่ต้องการ Tweet จากเสียงพูดได้อย่างถูกต้อง


ข้อมูลจาก: http://www.arip.co.th/news.php?id=409844 และ  SHAPE Services

ระวัง!!! “ทวิตเตอร์” เรียกขโมยเข้าบ้าน

รายงานข่าวแจ้งเตือนชิ้นนี้ได้มีการเปิดเผยขึ้นในประเทศอังกฤษ โดยตามรายงานอ้างว่า ทวิตเตอร์ (twitter) กำลังกลายเป็นแหล่ง “ชอปปิ้งออนไลน์สำหรับเหล่าบรรดาหัวขโมย” ซึ่งเป็นคำกล่าวของตีนแมวกลับใจที่ใช้วิธีนี้หาเหยื่อ

รายงานดังกล่าวจัดทำโดยบริษัท Legal & General ร่วมกับ Michael Fraser ตีนแมวกลับใจ ซึ่งพบว่า 38% ของผู้ใช้เว็บไซต์อย่าง Facebook และ Twitter จะโพสต์ข้อความแจ้งสถานะอัพเดตของตนเองเกี่ยวกับรายละเอียดแผนการใน วันหยุด และหนึ่งในสามกำลังโพสต์ข้อความอัพเดตว่า พวกเขาจะไม่อยู่บ้านในช่วงหยุดสุดสัปดาห์ และเมื่อเจาะรายละเอียดให้ลึกลงไป กลุ่มเด็กวัยรุ่นมักจะชอบให้ข้อมูลว่าตนเองกำลังอยู่ที่ไหน ในขณะที่ 64% ของกลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 16 – 24 ปี จะแชร์แผนการในวันหยุดของพวกเขา ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลในลักษณะนี้กำลังกลายเป็นประเด็นที่น่าห่วงใยของผู้ ปกครอง เพราะเด็กๆ อาจถูกล่อลวงจากผู้ไม่หวังดีได้อีกด้วย

ในรายงาน ยังระบุอีกว่า ผลจากการที่ผู้ใช้บริการมักสนใจที่จะเป็น”เพื่อน”กับทุกๆ คนในชุมชนออนไลน์ ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักคนกับเหล่านั้นมาก่อนจริงๆ ว่าเขาเป็นคนอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากๆ จากผลสำรวจยับพบด้วยว่า 25% ของผู้ใช้โซเชียลมีเดียจะพูดคุยกันในประเด็นแผนการวันหยุดค่อนข้างละเอียด และ 17% มีการเปิดเผยที่อยู่ของที่พักอาศัยที่ผู้ไม่หวังดีสามารถวางแผน เพื่อเข้าขโมยของในช่วงวัน และเวลาดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้มีการทดลอง เพื่อหาคำตอบว่า จะมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียใน UK กี่รายที่ยอมรับ “เพื่อน” ที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเลย ซึ่งจากการสุ่มขอเป็นเพื่อนใน Facebook ปรากฎว่าได้รับการยอมรับถึง 13% ในขณะที่ถ้าเป็น Twitter จะสูงถึง 92% โดยไม่มีการตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น Michael Fraser ตีนแมวกลับใจกล่าวว่า “ผมเรียกมันว่า แหล่งช้อปปิ้งบนอินเทอร์เน็ตสำหรับหัวขโมย มันง่ายเหลือเกินที่จะใช้เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ก เพื่อหาเหยื่อ จากนั้นเข้าไปค้นต่อว่า บ้านของเหยื่ออยู่ที่ใดจากเว็บไซต์ตัวช่วยอื่นๆ อย่างเช่น Google Street View ซึ่งทั้งหมดสามารถทำได้ขณะที่นั่งบนโซฟา มันน่ากลัวที่พบว่า มีผู้คนมากมายพร้อมที่จะให้ข้อมูลสำคัญๆ เกี่ยวกับพวกเขากับคนอื่นทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันดีพอ”

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=409834