อินเทล Archive

ตะลึง!!! โพรเซสเซอร์ 100 คอร์ “แรงสุด”

รายงานข่าวล่าสุดที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการผู้ผลิตโพรเซสเซอร์ เมื่อบริษัท Tilera ประกาศวานนี้ (26 ต.ค. 2552) ว่า ทางบริษัทสามารถพัฒนาโพรเซสเซอร์ทีมี 100 คอร์ชื่อว่า Tile-GX100 ได้เป็นผลสำเร็จ โดยมันจะมีสมรรถนะการทำงานสูงสุดในอุตสาหกรรม

นอกจากจะเปิดเผยเรื่องดังกล่าวแล้ว ทางบริษัท Tilera ยังได้แนะนำโพรเซสเซอร์ 16, 36 และ 64 คอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชิปในตระกูล Tile-GX อีกด้วย “โพรเซสเซอร์ของเราได้เพิ่มขีดความสามารถของสมรรถนะการทำงานต่อวัตต์ (กำลังไฟฟ้าที่ใช้) ขึ้นไปสู่ระดับใหม่ ด้วยประสิทธิภาพของการคำนวณที่ดีกว่าถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับ Westmere โพรเซสเซอร์รุ่นต่อไปของอินเทล (Intel)” ทางบริษัทกล่าว

สถาปัตยกรรม ภายในของโพรเซสเซอร์ทั้งสี่ตัวจะมีลักษณะของการเชื่อมต่อของคอร์แบบ iMesh 2 มิติ เพื่อลดความจำเป็นของบัสที่อยู่ภายในชิปลงไป นอกจากนี้ ระบบหน่วยความจำภายใน หรือแคช (cache) ของ Tile-GX ยังได้รับการออกแบบให้สามารถกระจายการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น (Dynamic Distributed Cache: DDC) ซึ่งทำให้แคชของแต่ละคอร์สามารถแบ่งใช้งานร่วมกันทั้งชิปได้ ด้วยสองเทคโนโลยีนี้เองที่ทำให้ สมรรถนะของสถาปัตยกรรมในโพรเซสเซอร์ของ Tile สามารถเพิ่มขยายแบบเชิงเส้นได้ด้วยจำนวนของ”คอร์” ในชิป โดยเป็นเทคโนโลยีที่ยังไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จมาก่อน

” ลูกค้าของเราสามารถเปลี่ยนเมนบอร์ดทีใช้อยู่ ซึ่งมีชิปทำงานร่วมกันหลายตัวด้วยโพรเซสเซอร์ Tile-GX เพียงตัวเดียว ด้วยสถาปัตยกรรมของระบบไม่เพียงแต่ช่วยลดความซับซ้อนลงได้มากเท่านั้น แต่มันยังช่วยลดต้นทุน การใช้พลังงาน และพื้นที่ของเมนบอร์ดพีซีอีกด้วย” Omid Tahernia ซีอีโอของ Tilera กล่าว

โพ รเซสเซอร์ในตระกูล Tile-GX จะทำงานที่ความถี่สูงสุด 1.5GHz และใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 – 55 วัตต์ และสำหรับโพรเซสเซอร์รุ่นต่อไปจะได้รับการพัฒนาให้มีคอร์มากขึ้นไปอีก พร้อมกับรวมเอาคอนโทรลเลอร์ควบคุมหน่วยความจำ และอินพุต/เอาต์พุตต่างๆ เข้าไปด้วย ทางบริษัทคาดว่าจะสามารถเปิดตัว Tile-GX36 (36 คอร์) ได้ในไตรมาสที่สี่ของปี 2010 และโพรเซสเซอร์รุ่นอื่นๆ จะตามหลังจากนั้นภายในไม่เกิน 6 เดือน

ขอบคุณข้อมูลจาก : ARIP และ Technewsworld

Intel ดัน Moblin ในงาน IDF 2009

ในงาน IDF 2009 นอกจากอินเทล (Intel) จะได้นำเสนอเทคโนโลยีทางด้านฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ แล้ว Moblin ระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์สของทางบริษัทก็ได้ถูกนำออกมาแสดงให้เห็น แสนยานุภาพกันในงานนี้อีกด้วย ซึ่งต้องถือว่า เป็นอีกก้าวหนึ่งของอินเทลในการนำเสนอโอเอสทางเลือกให้กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ วันนี้

แม้ผู้ผลิตเน็ตบุ๊กส่วนใหญ่พยายามผลักดันลินุกซ์ แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เมื่อต้องเจอกับ Windows XP ที่ผู้ใช้ทั่วโลกมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่ทว่า สงครามนี้ยังไม่จบสิ้นกันง่ายๆ เพราะยังเหลือโอเอสทางเลือกอีกตัวหนึ่งนั่นคือ Moblin ระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์สที่อินเทลซุ่มพัฒนา เพื่อให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่ใช้โพรเซสเซอร์ Atom โดยเฉพาะ ล่าสุดในงาน IDF 2009 อินเทลได้เริ่มผลักดันโอเอสตัวนี้แล้ว

ประการแรกก็คือ Dell บริษัทผู้ผลิตเน็ตบุ๊กได้ร่วมมือกับ Canonical บริษัทผู้พัฒนาโอเอสลินุกซ์เบสอย่าง Ubuntu ในการพัฒนา Ubuntu Moblin Remix เพื่อติดตั้งลงในเน็ตบุ๊ก Dell Inspiron Mini 10v ซึ่งปกติเน็ตบุ๊กรุ่นนี้จะมาพร้อมกับ Atom N270 และพรีโหลดด้วย Ubuntu 8.04 แต่สำหรับ Ubuntu Moblin Remix Developer Edition จะเปิดให้ผู้ใช้เลือกติดตั้งในเน็ตบุ๊กที่ต้องการผ่านทางเว็บไซต์ของ Dell ได้ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป นอกจาก Dell แล้วก็จะมี Samsung อีกรายที่กำลังจะตามมา รวมถึง Asus และ Acer ที่เตรียมออกอุปกรณ์ที่ใช้โอเอส Moblin 2.0 ในอนาคตอันใกล้นี้

ประการ ที่สอง อินเทล และไมโครซอฟท์ประกาศว่า Silveright 3 และ Moonlight (Silveright เวอร์ชั่นโอเพ่นซอร์ส) จะสนับสนุนอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Atom นอกจากนี้ ทั้ง Windows 7 และ Moblin จะสนับสนุนการสตรีมวิดีโอคอนเท็นต์ที่ 1080p (Smooth Streaming) จากเซิร์ฟเวอร์ IIS Media Services อีกด้วย “เรารู้สึกตื่นเต้นทีได้พัฒนาระบบให้สามารถใช้เทคโนโลยี Silverlight ในฐานะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้ในแพลตฟอร์มต่างๆ มากมาย (พีซีไปจนถึงวินโดวส์โฟน) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักพัฒนาแอพฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Moonlight ที่เราได้พัฒนาให้มันสามารถทำงานบนพีซีที่รันลินุกซ์ได้”


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=410021 และ IW

Intel เปิดตัว Core i7 สำหรับโน้ตบุ๊ก

ช่วงนี้ขออนุญาตรายงานข่าวการเปิดตัวเทคโนโลยีต่างๆ ในงาน IDF 2009 ของอินเทล (Intel) นะครับ เนื่องจากมีข้อมูลที่น่าสนใจมากมายทีเดียว ล่าสุดมีการเปิดตัวโพรเซสเซอร์ Core i7 สำหรับโน้ตบุ๊ก โดยใช้โค้ดเนมว่า Clasksfield นั่นหมายความว่า โน้ตบุ๊กที่ใช้โพรเซสเซอร์รุ่นนี้จะมาพร้อมกับขุมพลังประมวลผลที่ล้นเหลือ อย่างแท้จริง

สำหรับในงาน Intel Developer Forum 2009 เมื่อวานนี้ ทางอินเทลได้เปิดตัว Core i7 สำหรับโน้ตบุ๊กอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งสาธิตประสิทธิภาพการทำงานของ โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมกับพลังประมวลผล 4 คอร์ (Quad core) และระบบสนับสนุนการเล่นเกมส์ที่เหนือชั้น รวมถึงการใช้งานแบบเวิร์กสเตชั่นระดับไฮเอ็นด์ โพรเซสเซอร์ Core i7 จะใช้สถาปัตยกรรม Nehalem ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ 45 นาโนเมตร

โค้ด เนมของ Core i7 สำหรับโน้ตบุ๊กคือ Clasksfield โดยมันจะเป็นโพรเซสเซอร์สำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Turbo-boost ของอินเทล ซึ่งสามารถเพิ่มความเร็วของสัญญาณนาฬิกาให้กับแต่ละคอร์ในโพรเซสเซอร์ได้ตาม ความต้องการของงานที่เกิดขึ้นขณะนั้น โดยความถี่ของแต่ละคอร์จะเพิ่มขึ้นช่วงละ 133MHz ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไปถึงระดับสูงสุดของมัน ตัวอย่างเช่น โพรเซสเซอร์ Claksfield ที่กำลังทำงานอยู่ที่ 2GHz จะสามารถเพิ่มความเร็วขึ้นไปถึง 3.2 GHz ด้วยการใช้ Turbo-boost เป็นต้น นอกจากนี้โครงสร้างของ Clarksfield จะมีแชนเนลสำหรับการทำงานร่วมกับหน่วยความจำ DDR 3 1333MHz ถึง 2 แชนเนลด้วยกัน และทำงานร่วมกับชิปเซตรุ่นใหม่ PM55 Express Chipset

ใน ส่วนของบริษัทผผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่จะออกโน้ตบุ๊ตที่ใช้โพรเซสเซอร์โมบาย Core i7 ได้แก่ Asus, Dell, HP และ Toshiba สำหรับราคาชิปที่ 1,000 ตัวของ Core i7-920XM, 820QM และ 720QM จะอยู่ที่ $1,054, $546 และ $364 ตามลำดับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=410020 และ pcmag

Intel เปิด”แอพสโตร์”สำหรับ Atom

ในงาน IDF (Intel Developer Forum) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อินเทลได้เผยถึงแผนการที่จะขยายโอกาสให้กับโพรเซสเซอร์ Atom ด้วยการเปิดให้นักพัฒนาโปรแกรมสามารถพัฒนาแอพพลิเคชันที่ใช้ทำงานบน ฮาร์ดแวร์ทีทำงานด้วยชิป Atom ได้ อีกทั้งยังมีแผนเปิดเป็นร้านจำหน่ายแอพฯ (App store) ซึ่งผู้ค้าซอฟต์แวร์อิสระ (ISVs: Independent Software Vendors) จะสามารถขายแอพพลิเคชันได้

อินเทล (Intel)  กำลังจะสร้างชุมชนนักพัฒนาแอพพลิเคชัน (Devloper community) สำหรับโพรเซสเซอร์ “อะตอม” (Atom) โดยในงาน IDF เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พอล โอเตลินี่ ซีอีโอของอินเทล กล่าวแนะนำโปรแกรมสำหรับนักพัฒนาแอพฯสำหรับโพรเซสเซอร์อะตอม (Atom Processor Developer Program) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ค้าซอฟต์แวร์อิสระสามารถพัฒนา และจำหน่ายแอพพลิเคชันสำหรับเน็ตบุ๊กทีใช้โพรเซสเซอร์อะตอม ตลอดจนอุปกรณ์พกพา และสมาร์ทโฟนที่จะออกมาในอนาคต

ในโปรแกรมดัง กล่าว ทางอินเทลจะจัดสรรค์เครื่องมือสำหรับการพัฒนาแอพฯ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิค และชุดคิท หรือ SDKs ให้กับนักพัฒนา และยังจะเปิดหน้าร้านให้กับ ISVs เพื่อใช้ในการจำหน่ายแอพพลิเคชันได้ ในการนี้ ผู้ค้าอย่าง Acer, Asus และ Dell ได้เซ็นต์สัญญาร่วมสนับสนุนโปรแกรมนี้แล้วด้วย ซึ่งโอเตลินี่ คาดว่าจะมีบริษัทผู้ค้าพีซีที่เข้าร่วมโปรแกรมกับอินเทลมากกว่านี้อย่างแน่ นอน

อิน เทลได้เปิดตัวโพรเซสเซอร์อะตอมในเดือนมีนาคม 2008 ด้วยแนวคิดที่จะพัฒนาสถาปัตยกรรมสำหรับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ใช้พลังงานต่ำ โดยมันเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะผลักดันให้อินเทลก้าวไปสู่ตลาดที่นอกเหนือจาก พีซี และเซิร์ฟเวอร์ อีกทั้งยังทำให้สถาปัตยกรรมโพรเซสเซอร์ของอินเทลสามารถครอบคลุมทุกระดับตั้ง แต่แพลตฟอร์มสำหรับอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีขนาดเล็กที่สุดไปจนถึง ซูเปอร์คอมพิวเตอร์อันทรงพลัง

อินเทลพยายามหาโอกาสที่จะขยายโอกาส ให้กับอะตอมให้ได้มากทีสุดเท่าที่เป็นไปได้ ตั้งแต่การสนับสนุนสภาพแวดล้อมของระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย ตลอดจนเทคโนโลยี อย่างเช่น Flash ของ Adobe และ Silveright ของ Microsft ที่สามารถพัฒนาให้เป็นโปรแกรมที่ทำงานได้บนแพลตฟอร์มอะตอม นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี JavaFX ที่คาดว่าจะสามารถพอร์ตให้ทำงานบนแพลตฟอร์มนี้ได้ในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

สำหรับ SDK ของ Atom Processor Developer Program จะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ในช่วงปลายปีนี้ อย่างไรก็ตาม นักพัฒนาที่สนใจสามารถเข้าไปสมัครเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมนี้ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ โดยคลิ้กเข้าไปที่ Intel Atom Developer Program


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=410009 และ eWeek

Intel ครองส่วนแบ่งตลาดทั่วโลก 80%

รายงานข่าวล่าสุด อินเทล (Intel) บริษัทผู้นำในการผลิตโพรเซสเซอร์สามารถกำหัวใจผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วโลกได้ มากถึง 80% เป็นอีกครั้งหนึ่งแล้วในรอบสี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวเปิดเผยโดยบริษัทวิจัย iSuppli

นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า อินเทลสามารถครองส่วนแบ่ง ตลาดผู้ใช้โพรเซสเซอร์ทั่วโลกได้มากถึง 80.6% เพิ่มขึ้น 1.5% โดยก่อนหน้านี้อินเทลสามารถครองสว่นแบ่งตลาดผู้ใช้ได้สูงสุดเมื่อปี 2005 โดยอยู่ที่ 82.4% “เฉพาะในข่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ อินเทลสามารถทำส่วนแบ่งตลาดจากผู้ใช้ทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 1% เมื่อเทียบไตรมาสแรก” Matthew Wilkins นักวิเคราะห์จาก iSuppli กล่าว

” อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยอดการขายพีซีที่ตกลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้อินเทลมีรายได้จากยอดขายโพรเซสเซอร์ลดลง เช่นเดียวกับคู่แข่งอย่างเอเอ็มดี (AMD)”ทางด้านคู่แข่งอย่าง AMD ปรากฎว่า ส่วนแบ่งตลาดตกลงไปอีก 1.4% ทำให้ตัวเลขในปัจจุบันอยู่ที่ 11.5% เท่านั้น สว่นผลิตรายอื่นๆ อย่าง Via ก็ได้รับผลกระทบจากยอดการสั่งซื้อที่ลดลงด้วยเช่นเดียวกัน “AMD ไม่ได้รับผลกำไรจากยอดขายพีซีในไตรมาสที่สองทีเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาเฉลี่ยของโพรเซสเซอร์ที่ต่ำกว่านั่นเอง” Wilkins กล่าว

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=409964

ชิป Atom รุ่นต่อไป เร็วกว่า กินไฟต่ำกว่า

นับเป็นเวลากว่าปีครึ่งแล้วที่ Atom N270 และ N280 ของ Intel เป็นโพรเซสเซอร์มาตรฐานสำหรับเน็ตบุ๊ก ซึ่งคุณผู้อ่านที่ติดตามรายงานข่าวจากเว็บไซต์ arip อยู่เป็นประจำก็คงจะทราบดีว่า Intel กำลังอยู่ในระหว่างการอัพเดตชิปรุ่นต่อไป แต่ล่าสุดมีรายงานเกี่ยวกับแผนการบางส่วนของทางบริษัทออกมาแล้ว

อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ Fudzilla และ Blogeee ระบุ ว่า Intel จะเปิดตัวโพรเซสเซอร์ Atom N450 และ N470 ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2010 ซึ่งสำหรับรุ่น N450 จะยังคงใช้ความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่ 1.66GHz แต่จะใช้พลังงานน้อยกว่าเดิม ในขณะที่ภายในรวมชิปเซตกราฟิก และส่วนควบคุมหน่วยความจำไว้ในตัวเดียว (Pine Trail) ส่วน Atom N470 จะใช้สถาปัตยกรรมโครงสร้างแบบเดียวกัน แต่ทำงานที่สัญญาณนาฬิกาเร็วกว่า

ตาม รายงานอ้างว่า Atom N470 จะทำงานที่ความเร็ว 1.83GHz และ FSB ที่ 667MHz โดยมันจะมีส่วนควบคุมกราฟิกรวมอยู่ด้วย อีกทั้งยังสนับสนุนการทำงานแบบ Hyperthreading (เหมาะกับระบบปฏิบัติการ Windows 7 และ Snow Leopard) ตัวชิปจะมีค่า TDP (Thermal Design Power) 6.5 วัตต์ ซึ่งสูงกว่า Atom N270 ที่มีค่า TDP แค่ 2.5 วัตต์เท่านั้น แต่ว่า Atom N270 จะต้องการชิปคอนโทรลเลอร์กราฟิกแยกต่างหาก ซึ่งกินพลังงานมากกว่า กล่าวโดยสรุปก็คือ Atom N470 จะทำงานได้เร็วกว่า Atom N270 ในขณะเดียวกันก็ใช้พลังงานโดยรวมต่ำกว่าอีกด้วย

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=409927

Intel Core i5 โพรเซสเซอร์ปฏิวัติโลกพีซี

ในทีสุด อินเทล (Intel) ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Core i5 โพรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ปฏิวัติโลกพีซีให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง โดยเฉพาะการทำงานด้วย 4 แกนหลักที่มากกว่าโพรเซสเซอร์ปัจจุบันถึง 2 เท่า ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีการผลิตโพรเซสเซอร์ระดับเซิร์ฟเวอร์กับชิปตัวนี้ ยิ่งทำให้ผู้ใช้พีซีทั้งเดสก์ทอป และแลปทอปได้มีโอกาสใช้พลังประมวลผลอันทรงประสิทธิภาพ (แรง เร็ว มัลติทาสก์ ไม่ร้อน และประหยัดพลังงาน) สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม ถึงเวลาแล้วที่คุณผู้อ่านควรจะได้ทำความรู้จักกับ Core i5 มากกว่าแค่ชื่อของมันเท่านั้น

ไม่น่าเชื่อว่า เมื่อ 40 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีในสมัยนั้นจะสามารถบีบอัดทรานซิสเตอร์กว่า 3 ล้านตัวให้เข้าไปอยู่ในชิปขนาดเล็ก เพื่อให้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทำงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ (จากตู้เมนเฟรมขึ้นมาอยู่บนโต๊ะทำงาน) โดย “ทรานซิสเตอร์” ที่อยู่ภายในจะทำหน้าที่เหมือนสวิทช์ขนาดจิ๋วสามารถเปิดปิด เพื่อสร้างสัญญาณไฟฟ้า 1 และ 0 แทนข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผล และยิ่งนานวันพวกมันจะถูกบีบอัดให้มีขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆ เพราะยิ่งเล็กลงได้มากเท่าไร นั่นหมายถึง ชิปประมวลผลก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการประมวลผลมากขึ้นเท่านั้น และนั่นคือ ก้าวแรกของโพรเซสเซอร์ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหลายล้านเครื่องทั่วโลก

แต่ สำหรับ Core i5 โพรเซสเซอร์รุ่นล่าสุดที่อินเทลได้เปิดตัววันนี้ ภายในของมันมีทรานซิสเตอร์อยู่มากถึง 731 ล้านตัว (ประมาณ 244 เท่า เทียบกับสี่สิบปีที่แล้ว) ที่วางเรียงชิดติดกันอยู่ภายในชิปที่มีขนาดแค่ครึ่งหนึ่งของสแตมป์ และด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ในการออกแบบและพัฒนาชิปตัวนี้ อาจถือได้ว่า Core i5 เป็นตัวแทนของเดส์กทอปพีซียุคใหม่ก็ว่าได้ แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อินเทลได้พัฒนาโพรเซสเซอร์ให้สามารถทำงานได้เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และประหยัดพลังงานมากขึ้น แต่ Core i5 จะมีพัฒนาการที่ถือว่า เป็นการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีการออกแบบโพรเซสเซอร์ เนื่องจากมันมีการเปลี่ยนแปลงในการออกแบบถึง 9 ส่วนสำคัญๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ใช้ใน Core i5 ซึ่งปกติจะพบได้ในเซิร์ฟเว่อร์ระดับไฮเอ็นด์เท่านั้น แต่วันนี้มันได้มาอยู่บนโต๊ะ (desktop) หรือบนตัก (laptop) ของผู้ใช้แล้ว

ใน ส่วนของสถาปัตยกรรมทีใช้ในการพัฒนาโพรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้ วิศวกรของอินเทลใช้โค้ดเนมว่า “Lynnfield” (อยู่ในตระกูลเดียวกันกับ Nehalem) ซึ่งได้รับการพัฒนาครั้งแรกเพื่อใช้กับโพรเซสเซอร์ Core i7 โพรเซสเซอร์รุ่นพี่ที่มีพลังประมวลผลระดับไฮเอ็นด์ (พอๆ กับราคา) สำหรับเซิร์ฟเวอร์ และเดสก์ทอปเวิร์กสเตชั่นอันทรงพลัง โดย Core i5 ได้ใช้โครงสร้างของสถาปัตยกรรมภายในที่สำคัญๆ จากโพรเซสเซอร์ Core i7 การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ 45nm (จากเดิม 65nm) ทำให้สามารถเพิ่มทรานซิสเตอร์เข้าไปในชิปได้อย่างมหาศาล และผลจากการลดขนาดของทรานซิสเตอร์ลงได้อีก ทำให้การเชื่อมต่อการทำงานระหว่างทรานซิสเตอร์สั้นลง และเร็วขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้สามารถประมวลผลข้อมูลต่อวินาทีได้มากขึ้น นอกจากนี้ การเชื่อมต่อที่สั้นลง เร็วขึ้น ของการทำงานระหว่างทรานซิสเตอร์ ยังช่วยประหยัดพลังงานลงได้มากอีกด้วย

สำหรับระบบการทำงานของ Core i5 จะมาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ 4 แกน (เปรียบเทียบกับรถยนต์ทีมี 4 เครื่องยนต์ก็ได้) ต่อชิป ซึ่งมากกว่าถึงสองเท่าของชิปเดสก์ทอปในปัจจุบัน (dual-core) โดยแต่ละแกนจะสามารถจัดการข้อมูลได้พร้อมกัน 2 เธรด นั่นหมายความว่า 4 แกนของโพรเซสเซอร์สามารถรองรับการจัดการกับข้อมูลที่วิ่งเข้ามาได้พร้อมกัน 8 ช่องทางอย่างอิสระจากกันในหนึ่งหน่วยเวลา

คอมพิวเตอร์ที่ใช้โพรเซ สเซอร์ Core i5 จะสามารถทำงานอย่างเช่น การแก้ไขวิดีโอไฮเดฟฯ บริการวิดีโอแชตผ่านสไกป์ที่สามารถเห็นภาพเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล (ไม่กระตุก) แม้ว่ากำลังเพิ่มเพลงเข้าไปในไลบรารี่ของไอจูนส์อยู่ในขณะนั้นก็ตาม นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์ และระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ๆ ก็ยังได้รับการปรับแต่งการทำงานให้ใช้ข้อได้เปรียบของความสามารถของมัลติ คอร์ และมัลติเธรดดิ้งอีกด้วย แอ๊ปเปิ้ลเพิ่งออก Snow Leopard Mac OS X 10.6 ส่วนไมโครซอฟท์ก็เตรียมเข็น Windows 7 ออกมา ซึ่งทั่งคู่สามารถทำงานร่วมกับ Core i5 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอก จากนี้ภายใน Core i5 ยังมีโหมดเทอร์โบที่สามารถเร่งการทำงานได้เร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย โดยสามารถเรียกใช้กับการประมวลผลงานหนักๆ ได้ แถมยังสามารถตัดสินใจเลือกใช้จำนวนคอร์ทีเหมาะสมกับงานได้อีกต่างหาก ซึ่งทำให้มันไม่ต้องใช้เอ็นจิ้นทั้งสี่แกนตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อใช้งานทั่วไปอาจจะเหลือแค่ Core เดียวก็ได้ (นับเป็นโพรเซสเซอร์ที่สามารถบริหาร Core ได้ราวกับเปลี่ยนเกียร์คันเร่งของรถยนต์) ผลจากความฉลาดในการประมวลผลดัง กล่าว ทำให้มันสามารถเร่งเครื่องจากความถี่ในการทำงานที่ 2.8GHz เป็น 3.2GHz ได้ เมื่อระบบต้องการในขณะที่ระบบยังคงทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ

จาก พี่ใหญ่ Core i7 มาสู่น้องคนรองอย่าง Core i5 ในต้นปีหน้า ผู้ใช้ยังจะได้พบกับน้องคนเล็กอย่าง Core i3 ที่จะตามออกมา ซึ่งผู้บริหารอินเทลกล่าวว่า มันเหมาะกับผู้ใช้ในกลุ่ม entry level แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังทรงพลังด้วยสถาปัตยกรรมใหม่นั่นเอง การใช้ชื่อเรียกโพรเซอร์ด้วย Core ในลักษณะนี้ (ทั้ง Core i7, Core i5 และ Core i3) ก็เพื่อแก้ปัญหาความสับสนในโลโก และผลิตภัณฑ์ Core 2 ที่ออกมามากมายก่อนหน้านี้ สำหรับโพรเซสเซอร์ Atom ที่ใช้กับเน็ตบุ๊กก็จะยังคงได้รับการพัฒนาต่อไป ตามด้วย Celeron และ Pentium ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่รองรับตลาดผู้ใช้ในวงกว้าง

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th/news.php?id=409918 และ Sydney Morning Herald