ข่าวไอที Archive

Google Goggles บนบราวเซอร์ Chrome?

Google Goggles บนบราวเซอร์ Chrome?

ดูเหมือนว่า กูเกิ้ล (Google) จะไม่ได้จำกัดให้ความสามารถของบริการค้นด้วยภาพ หรือ Google Goggles ใช้ได้บนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ (android) เท่านั้น แต่มันจะสามารถใช้งานในบราวเซอร์ Chrome ของกูเกิ้ลได้อีกด้วย

“ผมกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาโครงการทีทำให้ผู้ ใช้สามารถอินพุทภาพในการค้นหาบนเว็บ “ Xiuduan Fang โปรแกรมเมอร์ของกูเกิ้ลกล่าวในเมลลิ่งลิสต์หัวข้อ ”Chrome extension for Web Goggles” โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของกูเกิ้ลทีเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถ ใช้เวลาทำงาน 20% เลือกที่จะสร้างสรรค์โปรเจ็กต์ต่างๆ ที่น่าสนใจด้วยตนเอง

” เราอยากจะมีส่วนเสริมการทำงาน (extension) ของบราวเซอร์ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถลาก (drag) ภาพที่พบบนหน้าเว็บ แล้วไปวางลง (drop) ในกล่องรับอินพุทบนทูลบาร์ จากนั้นบราวเซอร์ก็จะแสดงผลลัพธ์การค้นหาที่ได้จากภาพนั้นขึ้นมา” Fang กล่าว

ปัจจุบัน Google Goggles เป็นแอพพลิเคชันทีมีให้ใช้เฉพาะบนสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ของกูเกิ้ลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กูเกิ้ลกำลังพัฒนาเวอร์ชันที่สามารถทำงานบนสมาร์ทโฟนเวอร์ชันอื่นๆ ตามมาด้วย หลักการทำงานของ Goggles จะเป็นการเปรียบเทียบภาพที่อัพโหลดเข้าไปกับฐานข้อมูลที่กูเกิ้ลสะสมไว้ เพื่อทำการวิเคราะห์ โดยมันสามารถรู้สถานที่ต่างๆ ที่ปรากฎในภาพ หรือแม้แต่อ่านข้อความที่อยู่บนฉลากขวดไวน์ได้ แต่ภายใต้กรอบนโยบายความเป็นส่วนตัว Google Goggles จะไม่สามารถรู้จำภาพถ่ายใบหน้าคน เพื่อระบุว่าเป็นใครให้ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก: ARIPและ  cnet

เปลี่ยน iPhone เป็นรีโมทครอบจักรวาล

เปลี่ยน iPhone เป็นรีโมทครอบจักรวาล

แม้จะมีรีโมทครอบจักรวาล (universal remote) สำหรับใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องพักผ่อนของคุณแล้วก็ตาม แต่ถ้าหากไม่รู้ว่าไปหลงลืมวางรีโมทไว้ที่ไหนในบ้านล่ะก็…เป็นเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ และก็คงไม่มีใครพกรีโมทติดตัวตลอดเวลาเหมือนไอโฟน (iPhone) ถ้าอย่างนั้นแล้ว ทำไมเราไม่ทำให้ไอโฟนเป็นรีโมทครอบจักรวาลไปเสียเลยล่ะ นอกจากจะแก้ปัญหาข้างต้นแล้ว มันยังใช้ง่ายอีกด้วย

หลังจากที่บริษัท ThinkFlood ได้ทดสอบ RedEye อุปกรณ์เสริมที่ทำให้ไอโฟนกลายเป็นรีโมทครอบจักรวาลนานอยู่หลายเดือน ล่าสุดทางบริษัทเริ่มจำหน่ายเจ้าอุปกรณ์เสริมที่ว่านี้แล้ว โดยผู้ใช้สามารถควบคุม RedEye Docking (Universal Remote) ด้วยแอพพลิเคชันบนไอโฟน ซึ่งเชื่อมต่อการทำงานแบบไร้สาย Wi-Fi เพื่อสั่งให้ส่งสัญญาณอินฟราเรดไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ต่างๆ ภายในห้องได้นั่นเอง (ThinkFlood เรียกแนวคิดของการออกแบบนี้ว่า Wi-Fi to Infrared)

RedEye จะทำให้คุณสามารถควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ภายในห้องพักผ่อน หรือห้องต่างๆ ภ่ายในบ้านได้ด้วยไอโฟน โดยคุณไม่ต้องเดินไปที่ห้องนั้นก็ได้ เช่น สั่งปิด หรือเบาเสียงทีวีในห้องลูกจากห้องนอนของคุณ เนื่องจาก RedEye จะสื่อสารกับ iPhone ของคุณผ่านทาง Wi-Fi นั่นเอง เพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสเลือกตำแหน่งของ RedEye ที่เชื่อมต่ออยู่ตามห้องต่างๆ จากนั้นเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการควบคุม นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถรวมกลุ่มคำสั่งควบคุมเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อสั่งการให้ทำงาน หรือปิดภายในปุ่มเดียวได้อีกด้วย อะไรจะสะดวกขนาดนั้น

ชุดอุปกรณ์เสริม RedEye จะสามารถใช้งานได้กับ iPhone หรือ iPod Touch ฟังดูน่าใช้งานดีใช่ไหมครับ แต่เดี๋ยวก่อน เพราะคุณอาจเปลี่ยนใจเมื่อได้ยินราคาของมันก็ได้ สนนราคาของชุดคิท RedEye อยู่ที่ 188 เหรียญฯ หรือประมาณ 6,500 บาท…อุ๊ปส์


ขอบคุณข้อมูลจาก: ARIP , thinkflood

YouTube เตรียมให้บริการทีวีออนไลน์

YouTube เตรียมให้บริการทีวีออนไลน์

รายงานข่าวล่าสุด กูเกิ้ล (Google) กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับยูทูบ (YouTube) เพื่อให้บริการสตรีมมิ่งรายการทีวีกับผู้ชม ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวจะทำให้ยูทูบกลายเป็นคู่แข่งของการให้บริการวิดีโอ ออนดีมานด์กับยักษ์ใหญ่อย่าง ไอจูนส์ (iTunes) ของแอปเปิ้ล (Apple) และแอมะซอน.คอม (Amazon.com)

ในส่วนของรายละเอียดการให้บริการดังกล่าว ยูทูบจะเก็บค่าบริการจากผู้ชม 1.99 เหรียญฯ (ประมาณ 70 บาท) ต่อตอน ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้จะสามารถชมบางรายการที่มาพร้อมกับโฆษณาได้ฟรี ในขณะที่ทางแอปเปิ้ล และคอมแคสต์ (comcast) ก็กำลังสำรวจความเป็นไปได้สำหรับการให้บริการรับชมรายการทีวีในรูปแบบสมาชิก รายเดือนในลักษณะของทีวีออนไลน์แทนการจ่ายเป็นตอนๆ แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับ รายการที่ทางยูทูบเปิดให้บริการนั้นจะไม่ได้เป็นรายการที่ฮอตฮิต และจะสามารถรับชมได้โดยไม่มีโฆษณา โดยจะเป็นตอน (episode) ที่ได้เผยแพร่ทางเคเบิ้ลไปแล้วหนึ่งวัน อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยูทูบสามารถให้บริการวิดีโอที่ระดับไฮเดฟฯได้แล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่า บริการทีวีออนไลน์ที่ยูทูบจะสตรีมให้กับผู้ชมก็จะได้คุณภาพเดียวกับการรับ ชมบนทีวีไฮเดฟฯนั่นเอง ประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจนี้ก็คือ ผู้ชมอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเนื่องจากแผนการใช้ข้อมูล (data plan) จากบริการอินเทอร์เน็ต

ขอบคุณข้อมูลจาก: ARIP , electronista

Google Phone ไม่ใช่แค่ “ข่าวลือ”?

Google Phone ไม่ใช่แค่ “ข่าวลือ”?

แหล่งข่าววงในยืนยันว่า Google Phone หรือมือถือกูเกิ้ลเป็นเรื่องจริง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้รับการเผยแพร่จากเว็บไซต์ Gizmodo โดยแหล่งข่าวยังอ้างอีกด้วยว่า ตัวเขาเป็นหนึ่งในทีมที่กำลังทำต้นแบบของอุปกรณ์ดังกล่าวที่ไม่ได้ป็นแค่มือ ถือแอนดรอยด์ (android) อีกรุ่นหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นฮาร์ดแวร์ที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้แบรนด์กูเกิ้ล

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคม Andy Rubin รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของกูเกิ้ล ปฎิเสธว่า ทางบริษัทกำลังพัฒนามือถือกูเกิ้ล แต่แหล่งข่าวยืนยันว่า มันมีจริงๆ แถมยังอ้างอีกด้วยว่า ต้นแบบของ Google Phone จะได้มีการแจกจ่ายให้ใช้กันใน Googleplex ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ด้วย โดย Google Phone จะมีหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แต่จะไม่ใช่แอนดรอยด์ที่เราคุ้นเคย เพราะมันเป็นเวอร์ชันใหม่ที่แหล่งข่าวเรียกมันว่า “real android” (แอนดรอยด์ของจริง)

หาก มือถือกูเกิ้ลทำงานด้วย “real android” แล้วมันแตกต่างจากแอนดรอยด์เวอร์ชันที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้อย่างไร ? หรือกูเกิ้ลกำลังจะเล่นเกมส์การตลาด โดยให้ผู้ผลิตมือถือแบรนด์ต่างๆ อย่าง HTC และ Motorola หลงทางไปก่อนที่ของจริงจะออกมา ซึ่งฟังดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นไปได้สักเท่าไรในประเด็นนี้ ความตื่นเต้นของข่าวที่ออกมาล่าสุดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะหาก Google Phone เป็นเรื่องจริง และประสบความสำเร็จ กูเกิ้ลจะกลายเป้นผู้เล่นตัวจริงในตลาดฮาร์ดแวร์ทีแม้แต่แอปเปิ้ลก็อาจจะ ต้องเหนื่อยอีกครั้งก็ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก: ARIP, gadgetvenue

ระวัง!!! “จอดำมรณะ” บน Windows 7

ระวัง!!! “จอดำมรณะ” บน Windows 7

เมื่อสัปดาห์ทีผ่านมา ผู้ใช้ Windows 7 จำนวนหนึ่งเริ่มไม่พอใจที่จู่ๆ คอมพิวเตอร์ของพวกเขาก็ปิดตาย (lock up) ตัวเองด้วยการแสดงหน้าจอดำสนิท ซึ่งอาการดังกล่าวเรียกว่า Black Screen of Death คนละอาการกับ Blue Screen of Death (BSOD) ที่เราคุ้นเคย โดยอาการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการอัพเดตแพตช์เมื่อวันอังคารที่ 10 พฤศจิกายนทีผ่านมา

ล่าสุดทางไมโครซอฟท์ได้รับแจ้งปัญหา”จอดำมรณะ”ที เกิดขึ้นกับผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ยืนยัน หรือปฏิเสธปัญหาที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เพียงแต่บอกว่า ขณะนี้ทางบริษัทกำลังตรวจสอบว่า อัพเดตล่าสุดเป็นตัวการที่ทำให้เกิดปัญหากับลูกค้าบางราย หรือไม่? ซึ่งหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว ทางบริษัทจะแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีป้องกัน หรือชี้ชัดต้นตอของปัญหาให้ได้ทราบกันอีกที

สำ หรับแพตช์ล่าสุดจะมีการเปลี่ยนแปลงการทำานของ Access Control List (ACL) ซึ่งเป็นรายการในการให้สิทธิ์กับผู้ใช้ที่ล็อกออนเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ (ในรีจิสทรี) ผลลัพธ์จากการแก้ไขการทำงานดังกล่าว ทำให้แอพพลิเคชันบางตัวที่ติดตั้งเข้าไปในเครื่องของผู้ใช้ก่อนหน้านี้ (โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ) ซึ่งพวกมันจะไม่มีทางทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ส่งผลให้ เกิดข้อผิดพลาดของการทำงาน และอาจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการ ”จอดำมรณะ” ได้ในที่สุด ไมโครซอฟท์ตั้งใจที่จะปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยของวินโดวส์ แต่ผลลัพธ์กลับทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้มีปัญหา จนพาให้ระบบล่มการทำงานในที่สุด

Prevx บริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบรักษาความปลอดภัยตังข้อสังเกตไว้ในบล็อกว่า “หลังจากอัพเดตแพตช์ และรีสตาร์ท Windows 7, Vista, XP, NT, W2K, W2K3 หรือ W2K8 บนพีซี หรือเซิร์ฟเว่อร์ ระบบจะสามารถทำงานได้ปกติดี จนกระทั่งล็อกออนเข้าไป ปรากฎว่า มันไม่แสดงเดสก์ทอป ทาสก์บาร์ ซิสเต็มเทรย หรือไซด์บาร์ให้เห็นแต่อย่างใด คงมีเพียงแค่หน้าจอดำสนิท กับหน้าต่าง Windows Explorer ค้างอยู่เท่านั้น ซึ่งบางทีมันก็ถูกมินิไมซ์จนทำให้อาจมองไม่เห็นได้” ในขณะที่ไมโครซอฟท์ยังไม่สรุปปัญหาที่พบ ทาง Prevx ได้ออกซอฟต์แวร์แก้ไขปัญหา (48.3KB) ที่เข้าไปแก้ไขรีจิสทรีให้เหมาะสม (สามารถเข้าไปแก้ไขโดยตรง โดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ก็ได้) และสอดคล้องกับข้อกำหนดของ ACL เรียบร้อยแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก: ARIP , Techspot

Firefox ใช้ซีพียูมากไปทำให้โน้ตบุ๊กร้อน?

Firefox ใช้ซีพียูมากไปทำให้โน้ตบุ๊กร้อน?

ไฟร์ฟอกซ์ (Firefox) บราวเซอร์ที่กำลังมาแรง ตกเป็นผู้ต้องหาที่ทำให้คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเน็ตบุ๊ก และโน้ตบุ๊กเกิดอาการร้อนเกิน (overheat) เนื่องจากการใช้พลังประมวลผลของซีพียูที่มากเกินไป (บ่อยครั้งขึ้นถึง 100%) นอกจากนี้ยังส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยรวมลดลงอีกด้วย

123

ใคร ที่กำลังสงสัยว่า ไฟร์ฟอกซ์มีการใช้พลังประมวลผลของซีพียูมากกว่าบราวเซอร์ตัวอื่น หรือเปล่า? โดยเฉพาะเวลาที่ดู Process ใน Task Manager ที่มันวิ่งชนเพดาน 100% ให้เห็นอยู่บ่อยๆ คุณไม่ใช่คนเดียวหรอกครับที่ได้รับรู้รับทราบในเรื่องนี้ ข้อมูลจากหน้าซัพพอร์ตในเว็บของโมซิลล่า (Mozilla) ภายใต้หัวข้อ “Firefox consumes a lot of CPU resources” ระบุว่า การทำงานของไฟร์ฟอกซ์ในบางครั้งอาจต้องมีการใช้ทรัพยากรจากซีพียูเป็นจำนวน มาก เพื่อดาวน์โหลด ตลอดจนกระบวนการทำงานต่างๆ เพื่อแสดงหน้าเว็บให้เสร็จสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเพิ่มการใช้ซีพียูสามารถทำให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้นได้โดยตรง โดยเฉพาะในเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และเดสก์ทอปขนาดเล็ก
การ ใช้พลังประมวลผลของซีพียูมากเกินไปไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบให้อุณหภูมิของ ระบบเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่มันยังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานด้วย ซึ่งปกติซ๊พียูจะถูกเรียกใช้งานจากทุกๆ กระบวนการทำงาน หรือโพรเซส (Process) ที่เกิดขึ้นบนคอมพิวเตอร์ รวมถึงโพรเซสที่มีการทำงานอยู่ด้านหลัง (background process) ที่ถูกสั่งให้ทำงานโดยระบบปฏิบัติการด้วย ดังนั้น เมื่อรวมการใช้พลังงานประมวลผลจากซีพียูของโอเอสกับแอพพลิเคชันต่างๆ ที่กำลังทำงานในขณะนั้น อย่างเช่น เว็บบราวเซอร์ ไอเอ็ม ซอฟต์แวร์วอยส์หรือวิดีโอแชต ซีพียูก็จะถูกใช้งานหนักขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับสมรรถนะการทำงานของคอมพิวเตอร์ ทำให้โพรเซสต่างๆ ที่มีการเรียกใช้งานตามมาทำงานได้ช้าลงกว่าเดิม
หน้าเว็บซัพพอร์ตของไฟร์ฟอกซ์พยายาม ให้เหตุผลต่างๆ มากมายถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเพิ่มการใช้ซีพียูจากไฟร์ฟอกซ์ เช่น การใช้ซีพียูเพิ่มขึ้นอาจจะเกิดกับบางเว็บไซต์ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเรียกใช้ปลั๊กอินบนหน้าเว็บนั้นๆ ก็ได้ อย่างเช่น Flash, Java หรือ Adobe Reader อย่างไรก็ตาม หากการใช้ซีพียูมากเกินปกติเกิดขึ้นในหลายๆ เว็บไซต์ที่เข้าไปเยี่ยมชม หรือทุกเว็บไซต์ หน้าเว็บซัพพอร์ตระบุว่า มันเป็นไปได้ที่จะเกิดจากการตั้งค่าการทำงานบางอย่างของคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ส่วนเสริมการทำงาน (Extensions) ของโปรแกรมก็เป็นตัวที่ใช้ซีพียู และหน่วยความจำ (memory) ของบราวเซอร์ด้วยเหมือนกัน ซึ่งการตั้งค่ากำหนดการทำงานของส่วนต่างๆ อย่างเช่น การเร่งความเร็วของฮาร์ดแวร์ของพอยน์เตอร์ของเมาส์ การตั้งค่า Windows Compatibility และอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถเป็นสาเหตุที่ทำให้การใช้ซีพียูเพิ่มขึ้นได้  อธิบายมากมายจนถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านคิดว่า Firefox เป็นตัวการสำคัญที่ใช้ซีพียูมากไปจนทำให้เครื่องร้อนจริงๆ หรือเปล่า? ใครทีมีประสบการณ์ร่วมกันแสดงความคิดเห็นกันได้เต็มที่เลยนะครับ (ข้างล่างเป็นคลิปวิดิโอที่อ้างว่า มีวิธีเซตให้ Firefox ใช้ซีพียู และหน่วยความจำน้อยลง)


ขอบคุณข้อมูลจาก: ARIP และ jkontherun

“แม็คบุ๊คแอร์”เวอร์ชัน Windows XP?

“แม็คบุ๊คแอร์”เวอร์ชัน Windows XP?

รายงานข่าวเช้านี้ คุณผู้อ่านอาจจะคิดไปว่า มันก็แค่ความพยายามรัน Windows XP บน MacBook Air ไม่เห็นน่าจะมีอะไร? แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่ครับ เพราะแม็คบุ๊คแอร์ที่เห็นในข่าวนี้ที่แท้คือ เน็ตบุ๊คที่ได้รับการออกแบบ (น่าจะเรียกว่า ลอกแบบ) ให้มีหน้าตาคล้ายแม็คบุ๊คแอร์จากบริษัทผู้ผลิตในประเทศจีนต่างหาก :p

macbook-ari-windows-xp-clone-2

สำหรับคอพีซีที่สนใจแม็คบุ๊กแอร์ แต่ยังอยากใช้วินโดวส์อยู่ เน็ตบุ๊คที่ถอดแบบดีไซน์มาจากแม็คบุ๊คแอร์รุ่นนี้น่าจะตอบโจทย์ได้นะครับ ในส่วนของสเป็ก ขุมพลังภายในของ”เน็ตบุ๊คแอร์”รุ่นนี้จะใช้ซีพียูเป็น Intel Atom N280 1.66GHz และใช้ชิปเซต 945GSE หน่วยความจำ DDR2 1GB ฮาร์ดดิสก์ 160GB สนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 802.11a/b/g และพอร์ตอีเธอร์เน็ต ส่วนพอร์ตยูเอสบีจะมีให้ 2 พอร์ตด้วยกัน แถมมีพอร์ต HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอไฮเดฟอีกด้วย

แม้ จะมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกันมากก็ตาม แต่สเป็กภายในเทียบกับแม็คบุ๊คแอร์แล้วคนละเรื่องเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องคาดหวังเรื่องของความเร็วมากนัก แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ น้ำหนักของ”เน็ตบุ๊คแอร์”จากจีนรุ่นนี้จะอยู่ที่ 1.36 กิโลกรัม ซึ่งเท่าๆ กับแม็คบุ๊คแอร์พอดิบพอดีเลยล่ะครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก: ARIP และ shanzai