Article Archive

กู้ข้อความที่คุณกรอก form ต่าง ๆ ผ่าน Firefox

ในขณะที่ที่คุณกำลังกรอกแบบฟอร์มที่หน้าเว็บไซด์โดยใช้ Firefox เป็น browser อยู่ดี ๆ Firefox เจ้ากรรมก็ค้างและใช้งานต่อไม่ได้ซะงั้น ทีนี้ทำยังไงล่ะครับ แน่นอนว่าคุณต้อง restart firefox ใหม่ ซึ่งจะทำให้แบบฟอร์มที่หน้าเว็บไซด์นั้นจะต้องถูกกรอกข้อมูลใหม่ คุณทั้งเหนื่อยทั้งเซ็ง และขี้เกียจกรอกข้อมูลใหม่จริง ๆ

ถ้าอย่างนั้นเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ? ง่ายมากครับวันนี้เราจะมาแนะนำโปรแกรมที่ชื่อว่า Lazarus ซึ่งสามารถ recover ข้อความที่เป็น text ที่คุณเขียนไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเกิดอาการค้างของ browser

Lazarus เป็น add-on ตัวหนึ่งของ Firefox ซึ่งคุณสามารถ recover ข้อมูล text ได้ในทันทีทันใดหลัง Firefox เจ้ากรรมเกิดอาการค้างขึ้นมา ทีนี้คุณก็ไม่ต้องปวดใจ ปวดหัวกับการมานั่งเขียนข้อมูลต่าง ๆ ใหม่อีกรอบแล้วครับ

เมื่อไปที่ link ของ Lazarus แล้วให้คลิ๊กที่คำว่า “Add to Firefox” ดังภาพ

download-lazarus

เสร็จแล้วจะมี Alert Window ปรากฏขึ้นมาเพื่อให้คุณยืนยันการติดตั้ง ให้คลิ๊กที่คำว่า “ติดตั้งเดี๋ยวนี้” ดังภาพ

confirm

จากนั้น Firefox จะทำการลง Add-on นี้ให้กับตัวเอง

install

เมื่อ ลง Add-on ตัวนี้เรียบร้อยแล้วมันจะทำการ save ข้อความที่เป็น text ทุกอย่างที่คุณกรอกผ่าน Firefox ไม่ว่าจะเป็นการกรอกแบบฟอร์มในเว็บไซด์ใด ๆ ก็ตาม อย่างไรก็ตามคุณสามารถยกเลิกการทำงานของ Add-on ตัวนี้สำหรับบางเว็บไซด์ได้ โดยการคลิ๊กขวาที่ icon ที่ stattus bar แล้วเลือก “Disable Lazarus for this site”

lazaras-status-bar

คุณสามารถทำการ recovery text ต่าง ๆ ได้ภาพข้างล่าง

sample

บทความโดย 2beshop.com
ผู้แทนจำหน่าย
HP และอุปกรณ์ Storage

2009!!!…ปีแห่งนวัตกรรมไร้สายครองเมือง

สำหรับปี 2008 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้น มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นกับแวดวงไอทีทั่วโลกรวมทั้งบ้านเราด้วย หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผู้ใช้ไอทีบ้านเราที่จะได้สมหวังกัน สักที นั่นก็คือ การที่ กทช. ประกาศอนุมัติ WiMax-3G ในต้นปี 52 หรือปี 2009 นี้ หลังจากติดโรคเลื่อนและปัญหาหยุมหยิมมานาน จนสุดท้ายก็ได้ข้อสรุป แต่จะสรุปออกมาได้ดีอย่างที่เราๆ ท่านๆ หวังเอาไว้หรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไปครับ

ครั้งนี้เป็นเรื่อง ราวของโลกในยุคที่นวัตกรรมไร้สายครองเมือง ซึ่งในปี 2009 นี้ เราจะได้เห็นและได้สัมผัสกับเทคโนโลยีไร้สายในรูปแบบใดบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมๆ กันเลยครับ…

WiMax จิ๊กซอร์ตัวสุดท้ายที่เกือบหาไม่เจอ!!!

WiMaxปี 2009 นี้ หากไม่พูดถึงเรื่อง WiMax คงต้องกลายเป็นคนตกกระแสแน่ๆ ครับ เพราะความหวังที่หลายคนตั้งตารอมานานนั้น ใกล้จะถึงฝั่งแล้ว หลังจากการประกาศออกใบอนุญาตอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง หรือ ไวแมกซ์ (WiMax) จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งผ่านการตรวจสอบและทดสอบมายาวนานหลายปี บัดนี้ ประเทศไทยกำลังจะมีบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G/WiMax ให้ใช้งานเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านกันแล้ว (*0*)/ (ไชโย!!!) ภาพของสังคมไทยและผู้คนที่ดำเนินชีวิตในยุค 3G/WiMax จะออกมาในรูปแบบใดนั้น ตอนนี้ยังตอบไม่ได้แน่ จนกว่าจะได้เห็นโฉมหน้าของบริการและแอพพลิเคชันต่างๆ จากบรรดาโอเปอร์เรเตอร์ทั้งหลายที่ได้รับใบอนุญาตจาก กทช.

ถ้าเราดู ตัวอย่างจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียที่นำเอาเทคโนโลยี WiMax ไปใช้งานนั้น หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลออกไปในชนบทสามารถเชื่อมต่อและสื่อสารกับผู้คนในเมืองผ่าน ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตและใช้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้อย่างไม่มี ปัญหาติดขัด ด้วยคุณสมบัติของ WiMax ในการรับส่งข้อมูลที่มีอัตราเร็วถึง 75Mbps และครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างไกลเกือบ 50 กิโลเมตร ทำให้สามารถขยายโครงข่าย WiMax ไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง แน่นอนว่าเป็นวิธีที่ง่ายกว่าการลากสายทองแดงจากชุมสายหรือโอเปอเรเตอร์ไป ยังผู้ใช้ปลายทางอีกด้วย

สิ่งที่เทคโนโลยี WiMax ตอบสนองให้เราได้นั้น นอกจากใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากที่ใดๆ ก็ตามอย่างทั่วถึงแล้ว Wimax ยังเป็นจิ๊กซอร์ตัวสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มระบบไร้สายปัจจุบันให้สมบูรณ์ แบบยิ่งขึ้น เช่น พื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตไร้สายระบบเดิมอย่าง Wi-Fi เข้าไม่ถึง หรือมีความเร็วไม่เพียงพอ โครงข่ายของ WiMax ก็จะเป็นตัวเชื่อมให้พื้นที่เหล่านี้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายในระดับ ความเร็วที่ผู้ใช้ต้องการ รวมทั้งการขยายขอบเขตพื้นที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยอาศัยโครงข่าย WiMax เชื่อมต่อกับโอเปอเรเตอร์ ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ หากโทรศัพท์เคลื่อนที่ฝังชิป WiMax ลงไปในเครื่องด้วยแล้ว คุณก็จะมีเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังและครบเครื่องอยู่ในมือเลยทีเดียว แต่สำหรับตอนนี้ คงต้องรอให้ทาง กทช. จัดสรรย่านความถี่สำหรับ WiMax ให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน อิอิ (*_*)/

Nex Gen Wi-Fi

สำหรับ ค่ายมือถือที่รอลุ้นอยู่ว่าจะได้รับใบอนุญาตจาก กทช. เพื่อเปิดให้บริการ 3G/WiMax ได้ก่อนใครเพื่อนหรือไม่นั้น ตอนนี้ WiMax คงจะเปรียบเหมือนกับสลากรางวัลที่ 1 ซึ่งหากถูกรางวัลนี้ก็ได้เฮกันเลย ส่วนผู้ให้บริการที่พลาดรางวัลนี้ก็อาจถึงกับฝันร้ายไปเลย เมื่อคู่แข่งได้ WiMax ไปขับเคลื่อนระบบเครือข่ายของตนก่อน ย่อมได้เปรียบอย่างมาก โดยเฉพาะการปล่อยบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายที่สามารถทำได้เหนือกว่า

Nex Gen Wi-Fi

ข้อ จำกัดของอินเทอร์เน็ตไร้สายปัจจุบันอย่าง Wi-Fi คือ ความเร็วและระยะทางหรือขอบเขตในการให้บริการ ซึ่งมีความเร็วสูงสุด 54Mbps (มาตรฐาน 802.11g) และมีระยะทางไม่เกิน 100 เมตร เมื่อเทียบกับอินเทอร์เน็ตไร้สายที่ใช้เทคโนโลยี WiMax ในการรับส่งสัญญาณสามารถให้อัตราเร็วสูงถึง 75Mbps และมีพื้นที่ให้บริการในรัศมี 48 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับ Wi-Fi และเทคโนโลยี 3G อื่นๆ แล้วต้องถือว่า WiMax ขี่ม้าขาวผ่าทางตันมาเพื่อยุคดิจิตอลมัลติมีเดียจริงๆ เพราะยุคนี้ การรับส่งข้อมูลไม่ได้มีเพียงแค่ข้อความและเสียงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อมูลมัลติมีเดียอื่นๆ ด้วย สำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านระบบเครือข่าย Wi-Fi เดิม จึงต้องปรับปรุงเครือข่ายให้มีความเร็วที่สามารถตอบสนองกับความต้องการของ ผู้ใช้ยุคนี้ ไม่อย่างนั้น เครือข่าย WiMax เอาไปกินหมดแน่ๆ เราอาจจะได้เห็น Hi-Speed Wi-Fi ที่ใช้มาตรฐาน 802.11N ซึ่งให้อัตราเร็วอยู่ระหว่าง 74-248Mbps ออกมาให้บริการก่อนที่เสาเครือข่าย WiMax ต้นแรกจะปักหมุดก็เป็นได้ เพราะตอนนี้ทั้งโน้ตบุ๊กและการ์ด Wilreless LAN รุ่นใหม่ๆ ต่างก็รองรับมาตรฐานดังกล่าวกันเกือบหมดแล้ว

Sub Notebook/Mobile Phone

ซับ โน้ตบุ๊กหรือเน็ตบุ๊ก รวมทั้งโทรศัพท์มือถือไฮ-เทค ทั้งหลายในปี 2009 ล้วนแต่เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีไร้สาย รวมถึงบริการและแอพลิเคชันต่างๆ ที่จะทยอยออกมาในปีนี้ ถ้าพูดถึงเน็ตบุ๊กนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นเทรนด์ใหม่มาแรง และจะแรงไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ ในปีนี้ เนื่องจากค่ายโน้ตบุ๊กส่วนใหญ่หันมาเจาะตลาดกลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีผู้ใช้งานหลายระดับ ตั้งแต่เด็กวัยรุ่นไปจนถึงคนทำงานและนักธุรกิจที่ต้องการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แบบพกพาที่มีความสามารถอยู่ระหว่างพีดีเอกับโน้ตบุ๊ก ซึ่งเน็ตบุ๊กเข้ามาเติมช่องว่างนี้ได้พอดี ถึงแม้ว่าโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆ จะมีความไฮ-เทค และประสิทธิภาพที่ไล่หลังมาก็ตาม แต่ก็ยังตอบตอบสนองการใช้งานได้ไม่ครอบคลุม โดยในปีนี้ เน็ตบุ๊กจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการท่องเน็ตและดิจิตอลเล่นคอนเทนต์ ต่างๆ ผ่านหน้าเว็บเป็นหลัก

Notebook Mobile Phone

ส่วน โทรศัพท์มือถือนั้น หน้าจอแบบสัมผัสคงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้คลั่งไคล้ในมือถือ เนื่องจากให้ประสบการณ์ในการใช้งานได้หลากหลายกว่าการกดปุ่มแบบเดิมๆ นอกจากนี้แอพพลิเคชันใช้งานต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อระบบสัมผัสก็ดูจะเป็นของเล่นใหม่ที่ดึงดูดผู้ใช้ได้มากที เดียว การแข่งขันของค่ายมือถือและผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือในยุคไร้สาย นอกจากต้องนำความแปลกใหม่มาให้ผู้ใช้แล้ว ยังต้องพัฒนาเรื่องประสิทธิภาพของอุปกรณ์รวมถึงแอพพลิเคชันหลังจากนี้ ซึ่งจะเป็นยุคที่ WiMax กลายเป็นเฟืองตัวหลักของเครือข่ายไร้สาย!

Wireless Mobile Printer

พรินเตอร์ ไร้สายก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ ที่จะได้รับความนิยมในยุคที่ระบบไร้สายครองเมือง ถึงแม้ว่าจะมีออกมาให้เห็นในตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่นั่นก็ยังเป็นพรินเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ครับ เรากำลังพูดถึงพรินเตอร์ไร้สายที่มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าเน็ตบุ๊กหรืออาจจะใหญ่ กว่าโทรศัพท์มือถือไม่มากนัก ถ้าคุณเคยเห็นพรินเตอร์ขนาดเล็กที่เอาไว้พิมพ์บาร์โค้ดแปะข้างกล่องสินค้า หรือพิมพ์ใบเสร็จแผ่นเล็กๆ พรินเตอร์ที่ว่านี้ก็มีขนาดพอๆ กัน โดยคุณสามารถพกไปไหนมาไหนได้สบาย เพราะมันใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซลาเซลล์

Wireless Mobile Printer

Wireless Mobile Printer ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลี ได้รับความนิยมจากบรรดาวัยรุ่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เพียงพอกับความต้องการในการพิมพ์ภาพต่างๆ เช่น การสั่งพิมพ์ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ หรือผ่านสายดาต้าลิงก์ และสายยูเอชบี ก็สามารถทำได้ ด้วยขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือไม่มากนัก จึงเหมาะสำหรับการพิมพ์ภาพถ่ายเล็กๆ ที่มีขนาดพอๆ กับภาพถ่ายจากตู้สติ๊กเกอร์ ส่วนพรินเตอร์ไร้สายที่เป็นรุ่นใหญ่ขึ้นอีกนิด ก็สามารถรองรับการพิมพ์ผ่านระบบไร้สายต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม ทั้ง Infrared, Bluetooth และ Wi-Fi สำหรับพรินเตอร์ไร้สายที่สามารถพกพาได้สะดวกแบบนี้ คงเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่จะมาแรงในปี 2009 นี้แน่!

ร้านสะดวกซื้อไร้สาย

ร้าน สะดวกซื้อกับระบบไร้สาย ฟังดูไม่นาจะเกี่ยวข้องกัน แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ร้านสะดวกซื้อที่หลายคนคุ้นชื่อกันดี ได้นำเอาระบบไร้สายเข้ามาช่วยในการบริหาร้าน ตั้งแต่จัดการเรื่องสต๊อกสินค้าไปจนถึงระบบความปลอดภัยภายในร้าน ในประเทศญี่ปุ่นนั้น ระบบไร้สายที่นำมาใช้ในร้านสะดวกซื้อพวกนี้ค่อนข้างล้ำหน้าไปไกลแล้ว ภายในร้านมีแค่ผู้จัดการและพนักงานอีก 2-3 คน นอกนั้นใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อด้วยระบบไร้สายในการบริการร้านทั้ง หมด ถ้าคุณเคยเห็นแผ่นป้ายบาร์โค้ดที่ติดไว้ในชั้นขายสินค้าต่างๆ ที่นี่จะไม่มีครับ เพราะทุกอย่างเป็นระบบดิจิตอล ป้ายกระดาษบาร์โค้ดถูกแทนที่ด้วยหน้าจอ LCD ซึ่งแสดงราคาและชื่อสินค้า ภายในชั้นวางสินค้าจะมีเซนเซอร์ตรวจนับจำนวนของสินค้าที่ถูกซื้อไป เมื่อสินค้าใกล้จะหมด เครื่องก็จะส่งสัญญาณเตือนไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งพนักงานก็จะทราบทันที นอกจากนี้หากมีการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า ก็ไม่ต้องเดินมาแปะบาร์โค้ดหรือป้ายราคาใหม่อีกด้วย เพราะสามารถสั่งการได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เคาเตอร์ไปยังป้ายแสดงราคา ดิจิตอลได้ทันที ผมว่าอีกไม่นานญี่ปุ่นคงสร้างหุ่นยนต์ลำเลียงสินค้าสำหรับร้านสะดวกซื้อด้วย แน่ๆ แบบนี้สงสัยคงมีคนตกงานกันอีกตรึม (*0*)!

wireless shop

โจรกรรมข้อมูลแบบไร้สาย

เมื่อ เข้าสู่ยุคไร้สายครองเมือง นอกจากเราจะได้เห็นความศิวิไลย์ของเทคโนโลยีต่างๆ กันแล้ว หากมองถึงภัยร้ายต่างๆ ที่มักมาพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก็คงหนีไม่พ้นด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ การโจรกรรมข้อมูลแบบไร้สาย ถ้าเป็นเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว เราคงนึกถึงการแฮกข้อมูลบนมือถือผ่านระบบบลูทูธกัน แต่ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้มีแค่บลูทูธเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึง Edge, GPRS, CDMA, Wi-Fi ไหนจะ WiMax ที่กำลังจะมาอีก การโจรกรรมข้อมูลในยุคไร้สายจะเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคุณติดตามข่าวการเจาะฐานข้อมูลของโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในต่างประเทศ ซึ่งนำเอาระบบ RFID มาใช้ คงจะทราบดีว่าการเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบไร้สายนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อข้อมูลดิจิตอลถูกส่งไปในอากาศก็เท่ากับว่าใครก็ตามที่มีอุปกรณ์ดักจับ สัญญาณและถอดรหัสก็สามารถได้ข้อมูลที่พวกเขาต้องการ หนำซ้ำยังอาจถูกย้อนรอยเจาะขึ้นไปถึงฐานข้อมูลหลักเลยทีเดียว สำหรับผู้ใช้ทั่วๆ ไปที่พกพาอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบไร้สายต่างๆ ได้นั่น อุปกรณ์ของคุณจะถูกสอดส่องและตกเป็นเป้ามากขึ้น เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักเชื่อใจเทคโนโลยีที่เพิ่งออกมาใหม่ จึงมักฝากข้อมูลต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลสำคัญเอาไว้ในอุปกรณ์พวกนี้ด้วย

เมื่อ เทคโนโลยีไร้สายช่วยให้อุปกรณ์ดิจิตอลเชื่อมต่อเข้าหากันได้จากทุกที่ และทำได้ง่ายขึ้นเท่าไร การแสวงหาประโยชน์จากข้อมูลที่ร่องลอยในอากาศก็ยิ่งมีมากขึ้น ต่อจากนี้ หากคุณเห็นใครถือเน็ตบุ๊กหรือโทรศัพท์มือถือเดินไปเดินมาตามที่สาธารณะต่างๆ อาจไม่ใช่แค่การใช้งานทั่วไป แต่อาจเป็นการสแกนหาสัญญาณไร้สายเพื่อโจรกรรมข้อมูลก็เป็นได้….

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.arip.co.th/articles.php?id=407317

6 วิธีใช้ประโยชน์จาก Twitter

หากคุณเคยได้ยินคำนี้และยังสงสัยถึงประโยชน์ของทวิตเตอร์ (Twitter)? ซึ่งจริงๆแล้วมันมีมากไปกว่าแค่ใช้ดูว่าคนแปลกหน้ากินอะไรเป็นอาหารกลางวัน เพราะคุณสามารถติดตามข่าวด่วน ใช้เป็นช่องทางร้องเรียนไปถึงบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่แชตกับคนดัง

ทวิตเตอร์มีแต่เรื่องไร้ สาระ ทวิตเตอร์เป็นที่ให้คนใช้ยกหางบูชาตัวเอง และอื่นๆ อีกนานาสารพัดที่คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์กแห่งนี้ แต่จริงๆ แล้วทวิตเตอร์จะเป็นประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อถ้าคุณใช้งานเป็น และมองข้ามเรื่องที่หลายคนพูดไป (ซึ่งก็จริง เราไม่เถียง) เพราะโดยธรรมชาติของบริการแห่งนี้ จะเอื้อต่อการฝากข้อความสั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เหมาะสำหรับใช้เป็นช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้า หรือใช้ติดตามเหตุการณ์ที่คุณสนใจจากคนที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ รวมไปถึงใช้ตามดูชีวิตของบุคคลที่คุณสนใจเป็นพิเศษ และนี่คือ 6 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ทวิตเตอร์มีประโยชน์สำหรับคุณ

ติดตามข่าว

เว็บไซต์ โดยส่วนใหญ่ยังถือเป็นแหล่งข้อมูลและแหล่งข่าวที่สมบูรณ์กว่า แต่ถ้าคุณต้องการตามข่าวเฉพาะเรื่องในแบบหายใจรดต้นคอ และสนใจแม้แต่รายละเอียดยิบย่อย ทวิตเตอร์จะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะคุณสามารถอ่านรายงานสดจากยูสเซอร์ของทวิตเตอร์คนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือสถานที่เกิดเหตุ เช่นกรณีเครื่องบินตกที่แม่น้ำฮัดสัน ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็จะโพสต์เล่าเรื่องราวที่พบเห็นไว้ในทวิตเตอร์ของ พวกเขา (คอนเซ็ปต์ของทวิตเตอร์ก็คือ การบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันด้วยข้อความสั้นๆ ไม่เกิน 140 ตัวอักษรต่อหนึ่งอัพเดต)

นอกจากประชาชนคนธรรมดาแล้ว คุณยังสามารถติดตามทวิตเตอร์ของไซต์ข่าวอย่าง CNN (www.twitter.com/cnn หรือเรียกย่อๆ ว่า @CNN) ซึ่งจะโพสต์หัวข้อข่าวพร้อมกับลิงก์ไปยังเนื้อหารายละเอียด แต่เราชอบ @cnnbrk มากกว่า แม้จะไม่ได้เป็นทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของสถานีข่าวแห่งนี้ แต่ก็ดีตรงที่จะสรุปข่าวให้อ่านแล้วเข้าใจง่ายๆ ในประโยคเดียว ไม่ต้องตามลิงก์ไปอ่านอีก (เว้นแต่ว่าคุณสนใจรายละเอียด)

@NYTimes ก็เป็นอีกจุดที่คุณจะพบหัวข้อข่าวด่วนทุกชั่วโมง แถมด้วยทวิตเตอร์ของนักเขียนและของคอลัมน์ประจำในหนังสือพิมพ์ที่ทรงอิทธิพล ฉบับนี้ ที่น่าสนใจอื่นๆ สำหรับเรื่องของข่าวก็จะมีอย่างเช่น @BreakingNewsOn, @nprnews, @weirdnews, @macrumors, @MarsPhoenix, @Astronautics และแน่นอนว่าพีซีแมกะซีนเองก็มีทวิตเตอร์รายงานข่าวในด้านเทคโนโลยีด้วยเช่น กัน (@PCMag)

ช่องทางติดต่อกับบริษัทผู้ผลิต

การ ใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางให้บริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบ อาจยังฟังดูไม่ค่อยเข้าทีเท่าไรสำหรับบริษัทส่วนใหญ่ อย่างน้อยก็จนกว่าบริการแห่งนี้จะมีสมาชิกเพิ่มอีก 10 ล้านราย อย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน คุณสามารถใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางในการร้องเรียนได้ และเสียงของคุณก็จะดังไปถึงเจ้าของสินค้า เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Zappos, Starbucks, Whole Foods, JetBlue และอื่นๆ อีกมากมาย (มากมายจริงๆ) ล้วนแล้วแต่มีแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ให้คุณใช้ในการติดต่อ

ดัง นั้นต่อจากนี้ไป ถ้าคุณมีเรื่องอยากร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ลองใช้กูเกิ้ลเสิร์ชชื่อของบริษัทเจ้าของสินค้า แล้วตามด้วยคำว่า Twitter ถ้าบริษัทดังกล่าวมีแอ็กเคานต์บนทวิตเตอร์ คุณก็จะพบในผลการค้นหาลำดับต้นๆ ที่สำคัญคือ พยายามเรียบเรียงเรื่องร้องเรียนของคุณให้กระชับได้ใจความ เพราะคุณต้องไม่ลืมว่าข้อความจะถูกจำกัดไว้แค่ไม่เกิน140 ตัวอักษร

ขอความช่วยเหลือ

เช่น เดียวกับบล็อกและฟอรัม ทวิตเตอร์คือสถานที่ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการถามคำถามที่คุณขี้เกียจ ค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง รวมไปถึงการขอความช่วยเหลือ (เช่น “มีใครว่างช่วยขนของย้ายบ้านวันศุกร์ไหม?”) ขอความคิดเห็น (“กล้วยแบบออร์แกนิกมีรสชาติดีกว่าหรือเปล่า?”) หรือขอคำแนะนำ (“ใส่แรมให้กับแมคบุ๊กใหม่เท่าไรดี?”) เป็นต้น

โอเว่น ริ้งเคิ้ล ผู้พัฒนาทวิตเตอร์บอกกับเราว่า ปัญหาที่คุณเคยใช้เวลาคิด 5 นาที อาจได้คำตอบออกมาภายในเวลา 10 วินาทีบนทวิตเตอร์ แต่นี่หมายถึงอย่างน้อยคุณต้องมีเพื่อนๆ ในชีวิตจริงตามดู (follow) ทวิตเตอร์ของคุณอยู่ และแน่นอนว่าถ้าจะให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุณก็ควรตามดูทวิตเตอร์ของเพื่อนด้วย เพื่อเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

โปรโมตผลงานหรือบริษัทของคุณ

เช่น เคยคือ ทวิตเตอร์ไม่ใช่บริการแรกที่ให้คุณใช้ประโยชน์ในลักษณะนี้ แต่ด้วยธรรมชาติของตัวมันเอง ทำให้ทวิตเตอร์เป็นทางเลือกที่เหมาะมากสำหรับการโปรโมตผลงานหรือประชา สัมพันธ์บริษัทของคุณ ขอแค่คุณทำแบบไม่กระโตกกระตาก มีลิงก์ไปยังแอพพลิเคชันที่คุณเพิ่งเขียนเสร็จ หรือสินค้าตัวใหม่ของบริษัทบ้างในบางโอกาส ผสมผสานไปกับเรื่องราวอื่นๆ ของคุณ ถ้าเป็นไปได้ พยายามอย่าให้ลิงก์โปรโมตงานมีเกินกว่า 3 ลิงก์ต่อสัปดาห์ เพราะนั่นจะเป็นการยัดเยียดและทำให้คนที่ตามดูคุณรู้สึกไม่ดีเปล่าๆ หรือหนักๆ เข้าก็อาจไม่สนใจที่จะตามคุณอีก

ไม่ขาดการติดต่อกับเพื่อนฝูง

นอก จากดูเรื่องราวการใช้ชีวิตประจำวันของคนแปลกหน้าเพื่อความบันเทิงแล้ว ทวิตเตอร์ยังเป็นช่องทางโปรดที่เราชอบใช้เพื่อไม่ให้ขาดการติดต่อจากเพื่อน ฝูง แค่เขียนข้อความบอกเล่าเรื่องราวสั้นๆ ในแต่ละวัน เพื่อนๆ ก็จะรู้ความเป็นไปของคุณ ว่ากำลังทุกข์หรือสุขแค่ไหน ในทางตรงกันข้าม คุณก็สามารถรู้ได้ว่ามีเพื่อนคนไหนเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่หรือเปล่า หรือคนไหนกำลังอยู่ในอารมณ์เศร้าและต้องการกำลังใจ ต้องการให้คุณไปหา นี่ยังไม่นับรวมถึงการใช้ชวนกินข้าว หรือชวนทำกิจกรรมอื่นๆ

พบคนดัง

ยู สเซอร์ชื่อดังของทวิตเตอร์ที่มีคนตามดูเป็นจำนวนมากบางรายอาจไม่สนใจข้อความ ที่คุณส่งไปถึง แต่ไม่ใช่กับเบรนท์ สปินเนอร์ (ดาราจากสตาร์เทร็ก) ซึ่งค่อนข้างเป็นมิตรทีเดียว เช่นเดียวกับดาราตลกอย่างสตีเฟ่น ฟราย หรือถ้าคุณมีไอดอลหรือฮีโร่ในดวงใจ ลองเสิร์ชหาทวิตเตอร์ของเขาเหล่านั้น แล้วติดตามดูว่า พวกเขาใช้ชีวิตอย่างไรจึงประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณอยากเข้าสังคมออนไลน์แห่งนี้ แต่ยังรู้สึกขัดๆ เขินๆ และก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ลองดู 10 ทิปที่เราแนะนำในบทความนี้ เชื่อว่าน่าจะทำให้คุณใช้งานทวิตเตอร์ได้คล่องขึ้นราวกับว่าใช้งานมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

1. ย่อ URL ให้สั้นลง

ใน การใช้งานทวิตเตอร์ เรื่องหนึ่งที่คุณหนีไม่พ้นก็คือการแชร์ลิงก์ แต่เนื่องจากในแต่ละทวีต คุณเขียนข้อความได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษร ถ้า URL ที่คุณต้องการแชร์ยาวเหยียด ใช้บริการย่อ URL ให้สั้นลง เพื่อที่คุณจะได้มีพื้นที่สำหรับเขียนข้อความมากขึ้น ที่เราชอบก็อย่างเช่น tinyurl.com, is.gd, ow.ly และ bit.ly

2. RT = Retweet

ถ้า คุณพบทวีตที่ถูกใจ และต้องการก๊อบปี้ไปแปะ (paste) ไว้บนไซต์ของตัวเอง หรือที่ไหนก็ตาม คุณสามารถทำได้ไม่มีปัญหา ตราบใดที่คุณให้เครดิตกับผู้เขียนข้อความในทวีตนั้น ซึ่งโดยธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว จะใช้การใส่คำว่า RT แล้วตามด้วยชื่อทวิตเตอร์ของเจ้าของทวีต เช่นถ้าคุณนำทวีตของเราไปใช้ คุณก็ควรใส่คำว่า RT @PCMag ไว้น่าทวีตนั้น

3. ส่งเมสเซจส่วนตัว

ด้วย ฟังก์ชัน Direct Messages ของทวิตเตอร์ คุณสามารถส่งข้อความส่วนตัวที่มีขนาดไม่เกิน 140 ตัวอักษรไปยังผู้ใช้ทวิตเตอร์คนอื่นๆ ได้ ลักษณะจะคล้ายกับอีเมล์ฉบับย่อ แต่มีข้อแม้ว่าคนที่คุณจะส่งข้อความถึงได้นั้น ต้องเป็นยูสเซอร์ที่ตามดู (follow) คุณเท่านั้น

4. ใช้สัญลักษณ์ @

ถ้า คุณต้องการอ้างถึง ให้เครดิต หรืออยากติดต่อกับผู้ใช้ทวิตเตอร์คนอื่นๆ ให้ใส่สัญลักษณ์ @แล้วตามด้วยชื่อทวิตเตอร์ของคนๆ นั้นไว้ในทวีตของคุณ ข้อความในส่วนดังกล่าว (@ยูสเซอร์เนม) ก็จะกลายเป็นลิงก์นำไปยังทวิตเตอร์ของยูสเซอร์รายที่ว่า และที่สำคัญคือ ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายนั้นสามารถเห็นข้อความในทวีตนี้ของคุณด้วย ในทางตรงกันข้าม คุณก็สามารถเช็กได้ว่ามีใครอ้างถึงคุณในทวีตของพวกเขาบ้าง ด้วยการคลิกที่ @ยูสเซอร์เนมของคุณเองจากกรอบทางขวามือในหน้า Home

5. หาเพื่อนของคุณ

ถ้า คุณยังไม่รู้จะเริ่มต้นสังคมออนไลน์แห่งนี้อย่างไร ลองใช้ Search.twitter.com หาทวิตเตอร์ของเพื่อนคุณ ทวิตเตอร์ของคนดัง หรือของบริษัทที่คุณสนใจ เพื่อที่คุณจะได้ตามดู หรือถ้าคุณมีหัวข้อที่สนใจอยู่แล้ว ก็สามารถใช้หัวข้อนั้นเป็นคีย์เวิร์ดในการค้นหาได้เลย

6. เพิ่มโอกาสในการถูกพบให้กับทวีตของคุณ

ถ้า เรื่องที่คุณกำลังจะเขียนเป็นหัวข้อซึ่งอยู่ในกระแสความสนใจ (เช่นโอบาม่า ซีรีส์เรื่อง Lost หรืออื่นๆ) การใส่เครื่องหมาย # ไว้ข้างหน้าหัวข้อนั้น (เช่น #Lost) จะทำให้คนอื่นๆ พบทวีตของคุณได้ง่ายขึ้น และบางทีเขาเหล่านั้นก็อาจตามดูคุณต่อ ยกตัวอย่างเช่นกรณีของเครื่องบินตกที่แม่น้ำฮัดสัน #flight1549 ได้กลายมาเป็นแท็กยอดฮิต เช่นเดียวกับเป็นคีย์เวิร์ดที่ผู้คนจำนวนมากใช้ในการเสิร์ช

7. แชร์ภาพถ่าย

ผู้ คนส่วนใหญ่ชอบที่จะแชร์ภาพของตัวเองให้กับคนทั้งโลกได้ดู และบางคนก็โด่งดังจากการเรื่องนี้ อย่างเช่นกรณีของจานิส คลุมส์ ซึ่งใช้ TwitPic โพสต์ภาพของเที่ยวบิน 1549 ไว้บนทวิตเตอร์ของเขาได้ก่อนใครเพื่อน เช่นเดียวกันคุณสามารถใช้ TwitPic รวมถึงอีกหลายๆ บริการที่ลักษณะคล้ายกันนี้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการอัพโหลดและโพสต์ภาพไว้บนทวิตเตอร์

8. ทวีตจากมือถือ

ทวิตเตอร์ ให้คุณส่งข้อความตัวอักษรจากโทรศัพท์มือถือเพื่ออัพเดตทวีตของคุณ เช่นเดียวกับที่รับทวีตใหม่ของคนอื่นๆ ซึ่งคุณตามดูอยู่ได้ แต่ก่อนอื่นคุณต้องเข้าไปที่ Settings คลิกที่แท็บ Devices แล้วใส่หมายเลขโทรศัพท์ของคุณก่อน ในทางตรงกันข้าม ถ้าใช้ไปสักพักแล้วคุณรู้สึกว่าการรับทวีตของคนอื่นๆ บนโทรศัพท์มือถือ สร้างความรำคาญให้กับคุณมากกว่าการได้อัพเดตเรื่องราว คุณก็สามารถเข้ามายกเลิกได้จากในแท็บเดียวกันนี้

9. หาเดสก์ทอปไคลเอ็นต์ดีๆ มาใช้

ด้วย เดสก์ทอปไคลเอ็นต์อย่าง TweetDeck, Twhirl หรือ TwitterFox คุณสามารถรับทวีตและจัดให้เป็นหมวดหมู่หรือเป็นระบบระเบียบสำหรับการตามอ่าน ได้ ไคลเอ็นต์เหล่านี้จะเป็นประโยชน์มากถ้าคุณตามดูทวีตของหลายคน และมีการปฏิสัมพันธ์โต้ตอบ รวมไปถึงใช้ฟังก์ชัน direct messages อยู่บ่อยๆ

10. ดาวน์โหลดโมบายไคลเอ็นต์

ถ้า คุณมีแบล็กเบอร์รี่ ไอโฟน หรือสมาร์ตโฟนอื่นๆ ที่สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือทำงานบนเครือข่าย 3G เราอยากแนะนำให้ดาวน์โหลดโมบายไคลเอ็นต์ของทวิตเตอร์มาใช้ เพราะจะช่วยให้คุณทำอะไรได้มากกว่าแค่ส่งข้อความที่เป็นเท็กซ์ ไคลเอ็นต์ที่น่าสนใจก็จะมีอย่างเช่น Twitterific, TwitterBerry, PocketTweets และ Twidroid เป็นต้น

ขอบคุณที่มา : http://www.arip.co.th/articles.php?id=407314

โนเกียแนะผู้บริโภค“เลือกซื้อมือถืออย่างไร…ในยุครัดเข็มขัด?”

_RAT1190_resized

_RAT1224_resizedกรุงเทพฯ 4 สิงหาคม 2552: บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและตัวแทนสื่อมวลชนผู้เชี่ยวชาญ ด้านอุปกรณ์สื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่ จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้แก่ผู้บริโภค ในหัวข้อ “เลือกซื้อมือถืออย่างไร…ในยุครัดเข็มขัด?” โดยมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยเป็นสำคัญ นอกเหนือจากปัจจัยเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว

นายชูมิท คาพูร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ชั้นนำของโลก โนเกียให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้บริโภค เพื่อการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือที่มีคุณภาพและในราคาที่เหมาะสม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน”

นายชูมิทกล่าวเสริมว่า “โนเกียตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งาน จึงเน้นกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและควบคุมคุณภาพอย่างละเอียดในทุกขั้น ตอน จนได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานทั่วโลก รวมทั้งเป็นแบรนด์เดียวที่มีมาตรฐานความปลอดภัยรับรองโดยองค์กรระดับสากลไม่ ว่าจะเป็น International Electrotechnical Commission (IEC) และองค์กรภายในประเทศ เช่นการทดสอบตัวอย่าง (Type Approval) โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช) ได้รับเครื่องหมาย ‘มอก’จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มีสติ๊กเกอร์ระบุข้อมูลการผลิตของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่ข้างกล่องมือถือโนเกียทุกกล่อง และระบุค่า SAR ซึ่งเป็นหน่วยวัดสัญญาณวิทยุ
ในระดับที่ปลอดภัยกับร่างกายในคู่มือ”

นอกจากนี้ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องก่อนถึงมือผู้ใช้งาน โนเกียมีกระบวนการทดสอบโทรศัพท์มือถือในห้องทดลอง โดยโนเกียมีศูนย์ทดสอบที่ได้มาตรฐานเดียวกัน 11 แห่งทั่วโลก เพื่อทดสอบโทรศัพท์ในสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเป็นปัญหากับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น การทดสอบมาตรฐานของแป้นกด การทดสอบเรื่องความชื้น การทดสอบเรื่องความทนทานต่อสารต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ของเหลว ครีม เจล การทดสอบความแข็งแกร่งในทุกสภาวะ และการทดสอบการตกหล่น เป็นต้น

ตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

• มองหาสัญลักษณ์หรือข้อความรับรองความปลอดภัยที่ข้างกล่องหรือคู่มือจากหน่วยงานต่างๆ
เช่น กทช. (Type Approval) สมอ. (เครื่องหมายมอก.) และสคบ.(ฉลากระบุข้อมูลการผลิต)
• เช็คค่า SAR ในคู่มือ ซึ่งไม่ควรเกิน 2 วัตต์ต่อกิโลกรัม (โนเกีย N97 มีค่า SAR เพียง 0.66 วัตต์ต่อกิโลกรัมเท่านั้น)
• มองหาใบรับประกันสินค้า
• ทดสอบฟีเจอร์ของเครื่องว่าใช้งานได้จริง เช่น กล้อง วิทยุ เป็นต้น
• ชื่อเสียงและรางวัลต่างๆ ที่ได้รับ เป็นการการันตีคุณภาพของแบรนด์ระดับหนึ่ง

ที่มา : http://www.techxcite.com/

โซนี่ไทยเดินหน้ารุกตลาดมินิโน้ตบุ๊ค เปิดตัว VAIO W Series

สวยเฉียบทุกมุมมอง ใช้งานคล่องตัวทุกฟังก์ชั่น ผนวกกิจกรรมออนไลน์สำหรับคนรักไวโอ้

scr_62201

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้ารุกตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่ยังเติบโต และขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว VAIO W Series มินิโน้ตบุ๊ค รุ่น VPCW115XH ลงตลาดเมืองไทยเป็นครั้งแรก โดยมาพร้อมรูปลักษณ์ และสีสันที่โดดเด่นถึง 3 สี คือ สีน้ำตาล สีชมพู และสีขาว พร้อมผิวสัมผัสแบบเคลือบด้านสวยลงตัว พร้อมดีไซน์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดจากภายนอกจรดภายใน ผนวกกับฟังก์ชั่นการทำงานที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ และรูปแบบการใช้งานของลูกค้าได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเครื่องสำรองที่มีขนาดกะทัดรัด สำหรับพกพาใช้งานทั่วไป รวมทั้งการใช้งานอินเตอร์เน็ต และอีเมล์ เป็นต้น เตรียมเปิดให้ลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 9 สิงหาคม ศกนี้ พร้อมรับระยะเวลาประกันเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี และ จะวางตลาดอย่างเป็นทางการตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

สำหรับ VAIO W Series ได้เน้นการออกแบบให้มีรูปทรงโค้งมน กระชับมือขณะถือ สีสันสะดุดตาและเรียบหรูอันเป็นเอกลักษณ์ของไวโอ้ ที่สะท้อนถึงรสนิยม และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ VAIO W Series ยังมีอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ อาทิ เม้าส์ กระเป๋า ที่มีสีสันเดียวกับตัวเครื่องให้เลือกใช้เข้าชุดกันอีกด้วย

พร้อมกันนี้ โซนี่ยังได้ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการใช้งาน เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้ โดยได้ออกแบบหน้าจอ VAIO W เป็นแบบ LED backlit ขนาด 10.1 นิ้ว ที่ให้รายละเอียดสูงถึง 1366 x 768 จึงให้ความคมชัดสูง สามารถใช้งานทั่วไป และอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก

ยิ่งกว่านั้น VAIO W ยังได้คำนึงถึงการใช้งานของผู้ใช้เป็นหลัก จึงได้บรรจุฟังก์ชั่น และซอฟท์แวร์เพื่ออำนวยความสะดวก และความแม่นยำในการใช้งานให้แก่ผู้ใช้ไว้อย่างพร้อมสรรพ ตั้งแต่การนำคีย์บอร์ดที่ออกแบบให้แป้นพิมพ์ตัวอักษรแยกกันโดยอิสระ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของไวโอ้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์งานได้อย่างสะดวกสบาย และแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมด้วย ซอฟท์แวร์ VAIO Media Plus ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าชมภาพถ่าย และฟังเพลง พร้อมทั้งใช้งานร่วมกับกล้องดิจิตอล หรือเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ในการถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยผ่านช่องต่อ USB นอกจากนี้ VAIO W ยังมีกล้องเว็บแคม และไมโครโฟนในตัว เพื่อความคล่องตัวในการติดต่อสื่อสารกับครอบครัว หรือเพื่อนฝูงผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ในทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเก็บรูปภาพ วิดิโอ และไฟล์เพลงได้อย่างจุใจ บนฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุถึง 160 GB และพร้อมใช้งานได้ทันที ด้วยระบบปฏิบัติการ Microsoft Window XP Home Edition

ขณะเดียวกันโซนี่ไทยยังได้จัดเตรียมกิจกรรมออนไลน์ควบคู่ไปกับการเปิดตัว VAIO W ในครั้งนี้ด้วย โดยจะเปิดตัวเว็บไซต์สำหรับคนรักไวโอ้ ในชื่อ VAIO Mania Club ให้บรรดาคนรักไวโอ้ เข้าไปอัพเดทข่าวสารล่าสุด สนุกกับกิจกรรมใหม่ ๆ สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมอัพเดทเทรนด์แฟชั่นสุดล้ำ สำหรับเว็บไซท์ VAIO Mania Club เป็นเว็บไซท์ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกไวโอ้แฟนคลับกันได้ง่าย ๆ เพียงคลิ้ก www.vaiomaniaclub.com ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม เป็นต้นไป

VAIO W มีให้เลือก 3 สีคือ สีน้ำตาล สีชมพู และสีขาว พร้อมวางจำหน่ายราคา 19,900 บาท ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป และเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์จาก VAIO W ก่อนใคร โซนี่ไทยยังได้เตรียมเปิดระบบสั่งจอง VAIO W ผ่านออนไลน์ โดยลูกค้าสามารถเข้าไปสั่งจองได้ที่นี่ สั่งจอง Sony VAIO W ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฏาคม ถึง 9 สิงหาคม ศกนี้ พร้อมรับสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สั่งจอง VAIO W ที่ติดต่อรับสินค้า และลงทะเบียนสมาชิก My Sony ภายในเดือนสิงหาคม ยังจะได้รับสิทธิพิเศษโดยได้รับระยะเวลารับประกันเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 2 ปีอีกด้วย ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเข้าชม www.sony.co.th

———————————————————————————————————————————————————————–

ที่มา : www.sony.co.th

แค่ลากเมาส์”บราวเซอร์”ก็เชื่อฟัง?

“คงสนุกดีเหมือนกันนะครับ ถ้าหากแค่เราลากเมาส์ไปมา ก็สามารถเปิด หรือปิดแท็บ ไปหน้าเว็บก่อนหน้านี้ หรือหน้าถัดไป ตลอดจนรีเฟรชหน้าเว็บในบราวเซอร์ได้เลย ทั้งหมดนี้ไม่ได้โม้ แต่เป็นเรื่องจริงที่คุณผู้อ่านสามารถลองทำได้…ไม่ยากเลย”

http://www.youtube.com/watch?v=1m6PwnAlq9Q&feature=player_embedded

Gesture Control รูปแบบการควบคุมด้วย “ท่าทางที่เป็นสัญลักษณ์” กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น จากสิ่งที่เห็นในภาพยนต์เรื่อง Minority Report ที่ ทอม ครูส พระเอกของเราสวมถุงมืออินพุท ก่อนที่จะขยับมือทำท่าทางต่างๆ กลางอากาศ เพื่อโยกย้ายถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลจนดูน่าอัศจรรย์ในวันนั้น แต่สำหรับวันนี้เทคโนโลยีดังกล่าวดูช่างเป็นเรื่องธรรมดาซะเหลือเกิน…

google-chrome-mouse-gestures-extension-header

ก่อน หน้านี้ โตชิบา (Toshiba) ได้ออกโน้ตบุ๊กในซีรียส์ Qosimo ที่สามารถใช้สัญญาณมือ (Hand Gesture Control) เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายพอยน์เตอร์ และหน้าต่างบน Windows ตลอดจนสั่งเล่น หรือหยุดวิดีโอที่กำลังเล่นอยู่ได้ด้วยมือเปล่า เรียกได้ว่า ไม่แพ้พี่ทอมกันเลยทีเดียว

นอก จากการใช้สัญญาณมือแบบนี้แล้ว ทางด้าน Apple ก็ได้เพิ่มคุณสมบัติการทำงานลักษณะนี้เข้าไปในแทร็คแพด (Trackpad) ของแม็คบุ๊ก (MacBook) โดยผู้ใช้สามารถลากนิ้วมือ (มากกว่าหนึ่งนิ้วก็ได้) ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ OS ตอบสนองการทำงานในลักษณะที่ต้องการเช่น เลื่อน, หมุน, ซูม และคลิ้ก เป็นต้น ซึ่งการทำงานลักษณะนี้กับทัชแพด (Touchpad) ของโน้ตบุ๊กบางรุ่นก็มีแล้วเหมือนกัน

ว่า แต่โม้มาตั้งนานแล้ว มันเกี่ยวอะไรกับบราวเซอร์ Google Chrome ล่ะ เรื่องของเรื่องก็คือ ผมจะชวนคุณผู้อ่านให้มาลองของด้วยการใช้ปลั๊กอิน Gesture Control เพื่อควบคุมการทำงานของ Chrome ด้วยการเลื่อนเมาส์ (Mouse) ในรูปแบบต่างๆ นั่นเอง

ที่มา : http://www.arip.co.th/articles.php?id=407320

Windows 7 โดนแฮคเรียบร้อยแล้ว

ไมโครซอฟท์ตอบโต้ข่าวลือที่ออกมาว่า ระบบ Activation ที่ใช้กระตุ้นการทำงานของ Windows 7 ผ่านออนไลน์ ถูกแฮคเรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้ว โดยทางบริษัทออกมาเตือนผู้บริโภคว่่า ไม่ควรใช้ระบบปฏิบัติการเถื่อน นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังกล่าวอย่างพอใจว่า รู้สึกแฮปปี้ที่ผู้ใช้ต้องการติดตั้ง Windows 7 (แม้จะถูกแฮค?)

หลังจากไมโครซอฟท์ได้ส่งมอบ Windows 7 RTM ได้ไม่นาน ก็มีรายงานข่าวออกมาว่า มันถูก crack เรียบร้อยแล้ว โดยระบบที่ใช้ในการทดลองแคร็กจะเป็น Windows 7 Ultimate OEM DVD.ISO ทำงานบนคอมพิวเตอร์ Lenovo ซึ่งมีการเปิดเผยออกมาในโฟรัมบนเว็บไซต์ในจีน ทั้งนี้แฮคเกอร์จะใช้ .ISO ที่หลุดออกมา เพื่อดึงโพรดักส์คีย์ OEM-SLP และใบรับรองดิจิตอลสำหรับการทำ activation ผ่านทาง boot.win

windows-7-cracked-2

ไมโครซอฟท์ แนะนำลูกค้าว่า “อย่าดาวน์โหลด Windows 7 จากแหล่งที่ไม่ได้รับอนุญาต การดาวน์โหลด Windows 7 ผ่านทางเว็บไซต์ P2P เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และผิดกฎหมาย ซ้ำยังทำให้ผู้ใช้ตกอยู่ในความเสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ เพิ่มขึ้น อย่างเช่น ไวรัส, โทรจัน และมัลแวร์ ตลอดจนโค้ดอันตราย ซึ่งมักจะมาพร้อมกับซอฟต์แวร์เถื่่อนเหล่านี้ ความเสี่ยงดังกล่าวอาจรุนแรงถึงขั้นทำลายข้อมูลให้เสียหาย ไปจนถึงระบุตัวตนของผู้ใช้เป็นผู้ต้องหา หรือเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมต่างๆ”

อย่าง ไรก็ตาม ไมโครซอฟท์กลับรู้สึกปลื้มกับการที่มีข่าวออกมาว่า มีความพยายามจะแคร็ก Windows 7 (เหมือนกับทีเกิดใน Vista และ XP) เพราะนั่นหมายความว่า ผู้บริโภคต้องการใช้ Windows 7 ซึ่งเมื่อสิบกว่าปีก่อน ไมโครซอฟท์มองว่า การที่ผู้ใช้พยายามละเมิด Windows จะช่วยให้ระบบปฏิบัติการของบริษัทแพร่กระจายไปยังผู้ใช้อย่างรวดเร็ว และครอบครองตลาดส่วนใหญ่ได้ แต่สำหรับ Windows 7 ไมโครซอฟท์ไม่ต้องการให้ละเมิด แต่ต้องการให้ลูกค้าอัพเกรดโอเอสมากกว่า

ที่มา:  http://www.arip.co.th/news.php?id=409602

“ลายมือ” มีสิทธิ์สูญพันธุ์

ความเจริญของโลกทำให้หลายสิ่งหลายอย่างที่เคยเป็นมรดกสำคัญมีโอกาสสูญหาย ไป นักเขียนคนหนึ่งในอังกฤษเขียนหนังสือชื่อ “Script and Scribble: The Rise & Fall of Handwriting” ทำนายว่าการเขียนด้วยมือกำลังสูญพันธุ์อย่างช้า ๆ

 handwritting2

คิตตี้ เบิร์นส์ ฟลอเรย์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าว บีบีซี ว่าศิลปะการเขียนหนังสือด้วยมือกำลังเสื่อมไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากคนรุ่น ใหม่ใช้ปากกาเขียนหนังสือเองน้อยลงเพราะมีการใช้ระบบสื่อสารสมัยใหม่ผ่าน เครือข่ายคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือกันอย่างแพร่หลายทั่วโลกและมีแนวโน้ม สูงขึ้นโดยตลอด ทำให้ไม่มีความจำเป็นในการเขียนหนังสือด้วยมืออีกต่อไป

ฟลอเรย์ ระบุว่า การหัดคัดลายมือเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนการสอน ของโรงเรียนในประเทศอังกฤษช่วงศตวรรษที่ผ่านมาและคนอังกฤษก็มีวิธี การเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ เห็นได้จากเรื่องราวในช่วงสงครามครั้งที่สอง เมื่อทหารเยอรมันปลอมตัวเป็นทหารช่างอังกฤษและแอบเข้าประเทศอังกฤษ เพื่อสอดแนมโดยไปตั้งแคมป.ในต่างจังหวัดแต่โดนจับได้เนื่องจากชาวบ้าน เห็นทหารคนหนึ่งเขียนหนังสือไม่เหมือนคนอังกฤษ
 
สำนักข่าวบีบีซี สัมภาษณ์ มาร์ก บราวน์ ครูใหญ่ของโรงเรียนเซนต์แมรี่ ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมคาทอลิกที่เมือง Axminster,Devon พบว่าโรงเรียนเอง ก็ได้เปลี่ยนวิธีการสอนจากที่เคยเน้นการคัดลายมือให้สวยงามเป็นระเบียบ มาเป็นการให้ความสำคัญต่อเนื้อหาสาระของการเขียนมากกว่า
 
บราวน์ ระบุว่ายังมีการสอนให้เด็กหัดคัดลายมืออยู่และผู้ปกครองส่วนใหญ่อยากให้เป็น แบบเดียวกับสมัยของตัวเองแต่โรงเรียนก็ได้เปลี่ยนการให้ความ สำคัญ ซึ่งทำให้เด็กเขียนเนื้อหาได้ดีขึ้นแต่ลายมือแย่ลงเมื่อเทียบกับคนสมัยก่อน
 
ฟลอเรย์ ระบุว่า ความสำคัญของการเขียนและอ่านลายมือจะลดลงไปเรื่อยๆ ยกเว้นในวงการแพทย์เนื่องจากนายแพทย์ส่วนใหญ่ยังนิยมเขียน ด้วยมือในการวิเคราะห์โรค และใบสั่งยาแต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าลายมือของพวก หมออ่านยากที่สุดในโลกและบางครั้งก็เป็นต้นเหตุของการรักษาผิดพลาด
 
ประเทศไทยเองก็เป็นปัญหาอยู่เห็นได้จากข่าวเมื่อเร็วๆนี้ที่มีการขลิบอวัยวะเพศเด็กชายทั้งที่เด็กไปที่คลินิกเพื่อผ่าตัดฝีในปาก
 
สิ่ง ที่เชื่อกันว่าจะเป็นสาเหตุที่เร่งให้การเขียนด้วยมือและลายมือสูญพันธุ์ เร็วยิ่ง ขึ้นคือพัฒนาการของโทรศัพท์มือถือซึ่งได้กลายเป็นเครื่องมือสื่อสาร สำหรับคน รุ่นใหม่และล่าสุดมีหนังสือขายดีในญี่ปุ่นเล่มหนึ่งชื่อ “ประสบการณ์ครั้ง แรก” ของนักเรียนมัธยมญี่ปุ่นอายุ 22 ปีใช้นามปากกาว่า ยูมี-โฮตารุ ซึ่งแปลว่า หิ่งห้อยฝันเฟื่อง หนังสือเล่มนี้อาจจะเป็นหนังสือขายดีเล่มแรกของโลกที่เขียน ด้วยการกดปุ่ม
 
สำนัก ข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่านายหิ่งห้อยฝันเฟื่องเขียนหนังสือทั้งเล่มบน โทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมคนรุ่นใหม่ชาวญี่ปุ่นโดยเขียน เรื่องที่ละบรรทัดบนโทรศัพท์มือถือและส่งไปที่เว็บไซต์ที่มีอยู่หลายแห่งใน ญี่ปุ่น
 
ความนิยมของนิยาย “ประสบการณ์ครั้งแรก” ทำให้สำนักพิมพ์ชื่อดังติดต่อนาย หิ่งห้อยฝันเฟื่อง เพื่อขอลิขสิทธิ์ไปตีพิมพ์และกลายเป็นหนังสือขายดีไปด้วย
 
ชาว ญี่ปุ่นเรียกนิยายบนโทรศัพท์มือถือนี้ว่า ไคไต โชเซ็ทสุ หรือบทประพันธ์บน โทรศัพท์มือถือเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา นักเขียนส่วน ใหญ่เป็นวัยรุ่นหญิงและชายซึ่งเขียนเรื่องต่างๆ
รวมทั้ง ประสบการณ์ตัวเอง บางเรื่องเป็นสิ่งที่ต้องปิดบังอำพราง อาทิ เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ การเสพยา การทำแท้ง เขียนบนโทรศัพท์มือถือและส่งไปที่เว็บไซต์ บทประพันธ์เหล่านี้ สามารถติดตามอ่านได้บนโทรศัพท์มือถือเป็นตอนๆ

 

handwritting

ความ ก้าวหน้าทางการสื่อสาร และปรากฏการณ์ทั้งหลายเหล่านี้มีส่วนสำคัญให้การเขียนหนังสือด้วยมือหดหายไป จากวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ ทำให้คนกลุ่มหนึ่ง ต้องกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง คนกลุ่มนี้ก็คือผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเขียน
 
มีรายงานว่ายอดการผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเขียนยังขยายตัวอยู่แต่ สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเขียนในประเทศอเมริกาและประเทศต่างๆเริ่มไม่ แน่ใจในอนาคตของธุรกิจจึงจัดให้มีโครงการส่งเสริมการเขียนหนังสือขึ้นใน หลายประเทศโดยร่วมกับสมาคมการเขียน อาทิ สมาคมอุปกรณ์เครื่องเขียน ของอเมริกาสนับสนุนการจัดงาน วันแห่งการคัดลายมือขึ้นทุกๆวันที่ 23 มกราคมของทุกปี
 
ในประเทศ อังกฤษมีการจัดการแข่งขันการคัดลายมือในระดับประถมโดยหน่วย งานในอังกฤษที่มีชื่อว่า Support and Training inPrep Schools (SATIPS) โดย จัดขึ้นทุกปีเช่นกัน ในประเทศจีนและญี่ปุ่นเองก็เขียนตัวหนังสือเป็นศิลปะ ชนิดหนึ่งที่รัฐบาลสนับสนุนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว 

อย่างไรก็ตาม ฟลอเรย์เขียนในหนังสือของเธอว่าในอนาคตลายมือของคนจะ เลวร้ายลงไปเป็นลำดับและในที่สุดก็จะกลายเป็นสิ่งอ่านยากเหมือนกับคัมภีร์ โบราณ และเป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญเหมือนกับในสมัยก่อนที่การเขียนหนังสือ ต้องอาศัยอาลักษณ์ที่ฝึกมาอย่างเชี่ยวชาญเท่านั้น

ที่มา : http://www.arip.co.th/articles.php?id=407321